วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2557

สาว 19 จากเนปีดอ คว้ามงกุฎมิสเมียนมาร์เวิลด์ 2014

สาว 19 จากเนปีดอ คว้ามงกุฎมิสเมียนมาร์เวิลด์ 2014

วาย เล มิสเมียนมาร์เวิลด์ (กลาง) ยืนถ่ายภาพร่วมกับรองอันดับ 1 และอันดับ 2 หลังคว้ามงกุฎชนะเลิศในการประกวดมิสเมียนมาร์เวิลด์ 2014 ที่จัดขึ้นในนครย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 27 ก.ย.--Xinhua/U Aung.
       
ASTVผู้จัดการออนไลน์ - สาวพม่าวัย 19 ปี จากกรุงเนปีดอ คว้ามงกุฎมิสเมียนมาร์เวิลด์ของประเทศไปครอง ในการประกวดมิสเมียนมาร์เวิลด์ 2014 ที่จัดขึ้นที่โรงแรมแสตรนด์ ในนครย่างกุ้ง เมื่อค่ำคืนของวันเสาร์ที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา
      
       วงการนางงามของพม่ากลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง หลังถูกห้ามระหว่างการปกครองของรัฐบาลเผด็จการทหารนานเกือบครึ่งศตรรษ ซึ่งสิ้นสุดลงในปี 2554 เมื่อรัฐบาลกึ่งพลเรือนเข้ามาบริหารประเทศ การประกวดครั้งนี้เป็นการหวนคืนกลับสู่การประกวดนางงามในเวทีระดับโลกของ พม่าอีกครั้ง นับตั้งแต่ปี 2503
      
       วาย เล (Wyne Lay) อายุ 19 ปี เจ้าของตำแหน่งมิสเมียนมาร์เวิลด์ 2014 จะเป็นตัวแทนประเทศไปร่วมการประกวดเวทีมิสเวิลด์ 2014 ที่กรุงลอนดอน อังกฤษ ในเดือน ธ.ค. นี้

“ช้างศึก” เข่นจอร์แดน 2-0 เข้ารอบรองฯ รับ 12.9 ล้าน

“ช้างศึก” เข่นจอร์แดน 2-0 เข้ารอบรองฯ รับ 12.9 ล้าน
ชนาธิป ยิงเบิกร่อง
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“ช้างศึก” เข่นจอร์แดน 2-0 เข้ารอบรองฯ รับ 12.9 ล้าน
ไทย ได้เฮก่อน

“ช้างศึก” เข่นจอร์แดน 2-0 เข้ารอบรองฯ รับ 12.9 ล้าน
"เมสซีเจ" พริ้วทั้งเกม

“ช้างศึก” เข่นจอร์แดน 2-0 เข้ารอบรองฯ รับ 12.9 ล้าน
นูรูล จี๊ดจ๊าด

“ช้างศึก” เข่นจอร์แดน 2-0 เข้ารอบรองฯ รับ 12.9 ล้าน
อดิศักดิ์ ไกรษร ลงขู่แนวรับ

“ช้างศึก” เข่นจอร์แดน 2-0 เข้ารอบรองฯ รับ 12.9 ล้าน
พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา เติมเกมฝั่งซ้าย

“ช้างศึก” เข่นจอร์แดน 2-0 เข้ารอบรองฯ รับ 12.9 ล้าน
ชัปปุยส์ ห้องเครื่องตัวเก่ง

“ช้างศึก” เข่นจอร์แดน 2-0 เข้ารอบรองฯ รับ 12.9 ล้าน
กองเชียร์ชาวไทย เฮลั่น

ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ฟอร์มแรงต่อเนื่องเอาชนะ จอร์แดน 2-0 จากการยิงของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ผ่านเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายเอเชียนเกมส์ ได้เป็นครั้งที่ 4 ในประวัติศาสตร์ พร้อมรับเงินอัดฉีดรวมตั้งแต่นัดแรก 12.9 ล้านบาท
      
       เอเชียนเกมส์ 2014
       ไทย 2-0 จอร์แดน
      
       ทัพฟุตบอลชายทีมชาติไทย โชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ชนะ 3 นัดรวดในรอบแรก เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 17 เหนือ มัลดีฟส์ 2-0 ติมอร์ เลสเต 3-0 และ อินโดนีเซีย 6-0 คว้าแชมป์กลุ่ม อี ก่อนจะปราบ จีน 2-0 กรุยทางเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย พบ จอร์แดน เมื่อวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา ณ อินชอน ฟุตบอล สเตเดียม
      
       เกมนี้ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง กุนซือช้างศึก จัดทัพใหญ่ นำโดย อดิศักดิ์ ไกรษร ที่ยิงไปแล้ว 5 ประตูรั้งรองดาวซัลโวล่าตาข่าย ร่วมกับ ชนาธิป สรงกระสินธ์, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ นูรูล ศรียานเก็ม ฟาก จาเมล อาหมัด เฮดโค้ชจอร์แดน มี ซาเมียร์ สุไลมาน กับ โอซามา อัล โอมารี เป็นความหวัง
      
       เริ่มเกมมาทั้งสองทีมเปิดหน้าแลกใส่กัน น.3 ชัปปุยส์ ได้ลองซัดไกลแต่ข้ามคาน จากนั้น “ช้างศึก” ยังบุกต่อเนื่อง น.16 นูรูล ลากเลื้อยทางฝั่งขวาก่อนยิงยัดเสาแรกแต่บอลไปชนเสา ถัดมา น.32 ชนาธิป ตวัดทะลุช่องให้ เกริกฤทธิ์ ได้หลุดขเาไปซัดด้วยซ้ายแต่ยังไม่ผ่านเซฟ
      
       และแล้ว น.38 ความพยายามของทัพไทยก็สำเร็จ จากการต่อบอลอย่างสุดยอดกอ่นจะมาถึง ชนาธิป สรงกระสินธ์ จับหนึ่งจังหวะแล้วซัดหักข้อด้วยซ้ายบริเวณกลางเส้นเขตโทษบอลเลียดเสียบเสา 1-0 และเป็นลูกที่ 3 ของเจ้าตัวในรายการนี้ ช่วงท้ายครึ่งแรก จอร์แดน พยายามบุกขึ้นมากดดันบ้างแต่ยังเจาะแนวรับเข้าไปลุ้นประตูไม่ได้ ก่อนพักเบรก ไทย นำ 1-0
      
       ครึ่งหลังผ่านไป 10 นาที “ซิโก้” ส่ง ปกเกล้า อนันต์ ลงแทน ชัปปุยส์ ตามด้วย ภิญโญ อินพินิจ แทน นูรูล เกมดำเนินมาถึง น.71 เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ได้หลุดเข้าไปยิงด้านซ้ายกรอบเขตโทษ บอลผ่านตัวผู้รักษาประตูไปแล้วแต่กองหลังจอร์แดนยังเคลียร์ออกมาได้ก่อนข้าม เส้น และแม้บอลจะเด้งมาเข้าทาง “เจ้าก้อง” ได้ซ้ำดาบสองอีกครั้ง แต่ก็ยังไปติดผู้เล่นคู่แข่งที่อยู่คุมปากประตู ก่อนที่จะชุลมุนมาถึงปีกจากชลบุรี เอฟซี ซ้ำดาบที่สามคราวนี้ไม่พลาดตุงตาข่าย นำ 2-0
      
       ช่วงเวลาที่เหลือทำอะไรเพิ่มไม่ได้ จบเกม ไทย ชนะ 2-0 ตีตั๋วเข้ารอบ 4 ทีมสุดท้ายได้เป็นสมัยที่ 4 ในประวัติศาสตร์ต่อจากปี 1990, 1998 และ 2002 รอพบผู้ชนะระหว่าง ญี่ปุ่น กับ เกาหลีใต้ วันที่ 30 กันยายน นี้
      
       ซึ่งผลการแข่งขันนัดนี้ส่งให้ “ช้างศึก” จะได้รับเงินอัดฉีดรวม 11.6 ล้านบาท จาก สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ให้ชนะ 1 ล้านบาท ยิงได้ลูกละ 3 แสนบาท (2 ลูก เป็น 6 แสนบาท) และผ่านเข้ารอบ 4 ทีมได้สำเร็จ อีก 5 ล้านบาท รวมกับ บริษัท โหลทอง โฮลดิง จำกัด ที่ให้หากผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศอีก 5 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รวมก่อนหน้านี้ตั้งแต่นัดแรกที่รับไปแล้ว 1.3 ล้านบาท เบ็ดเสร็จตอนนี้รับทั้งสิ้น 12.9 ล้านบาท
      
       รายชื่อ 11 คนแรก
       ไทย : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ (ผู้รักษาประตู/กัปตันทีม), พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, อดิศร พรหมรักษ์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, สารัช อยู่เย็น, ชาริล ชัปปุยส์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, นูรูล ศรียานเก็ม, อดิศักดิ์ ไกรษร
       จอร์แดน : โมฮัมเหม็ด อบูนาบาห์น(ผู้รักษาประตู), โมฮันหนัด อัลซัวลิมาน(กัปตันทีม), อาเมอร์ อบูฮูเดียบ, มาห์มุด อัลมาร์ดี, เออห์ซาน ฮัดแดด, อาห์หมัด อเลสซาวี, อาลี อัล อาธูม, โมฮัมหมัด ยาซาน ธาลจี, ซาเมียร์ สุไลมาน, โอซามา อัล โอมารี, มุนเธอร์ ฮาซาน
       

วันเสาร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2557

จบ 45 นาที "ชนาธิป" ยิง "ช้างศึก" นำ "จอร์แดน" 1-0(สดที่นี่)


การแข่งขันฟุตบอล ทีมชาย กีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา รอบ 8 ทีมสุดท้าย "ช้างศึก"นักเตะทีมชาติไทย ชาติเดียวในอาเซียน ที่ผ่านมาถึงรอบนี้ลงสนามพบ จอร์แดน โดยไทย จัด 11 คนแรก ระบบ 4-3-3 มี ผู้รักษาประตู กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์(กัปตันทีม), พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, อดิศร พรหมรักษ์, นฤบดินทร์ วีรวัฒน์โนดม, กองกลาง สารัช อยู่เย็น, ชาริล ชัปปุยส์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, กองหน้า เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์, นูรูล ศรียานเก็ม, อดิศักดิ์ ไกรษร ส่วน จอร์แดน มี อัลซูไลมาน โมฮานาด คาอิลร์ อัลลา กองหลังกัปตันทีมนำทัพ
เริ่มเกมแค่ 7 วินาที จอร์แดนวางบอลแนวลึกยาวมาทางฝั่งซ้าย โอมารี่ วิ่งโฉกมายิง แต่กวินทร์ ป้องกันไว้ได้ จากนั้นนาที 3 ไทยต่อบอลโต้กลับ ก่อนที่ ชัปปุยส์ จะได้สับไกล บอลพุ่งข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย
นาที 16 นูรูล พาบอลขึ้นมาทางฝั่งขวาเข้ามาในกรอบเขตโทษ ก่อนหลอกยิงเสาแรก แต่ นายทวารจอร์แดนล้มตัวปัดไปชนเสาออกมาได้
นาที 20 เกริกฤทธิ์ เปิดฟรีคิกจากฝั่งขวาเข้ามาในเขตโทษ บอลข้ามกองหลังจอร์แดน ให้อดิศักดิ์ได้ขึ้นโขกเดี่ยวๆ แต่โหม่งได้ไม่เต็มหัว บอลออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ไทย กับ จอร์แดน ยังครองบอลได้พอๆกัน แต่จอร์แดนเริ่มยั่ว และเล่นนอกเกมมากขึ้น
นาที 37 ไทยต่อบอลจากริมเส้นฝั่งขวาชัปปุยส์ ผ่านบอลมาหน้าเขตโทษให้เกริกฤทธิ์ ทำชิ่งกับอดิศักดิ์พักบอลมาให้ชนาธิป จับหนึ่งทีก่อนยิงไกลหักข้อด้วยเท้าซ้ายบอลพุ่งทแยงเสียบเสาสองเข้าไปอย่าง สวยงาม ให้ไทยขึ้นนำ 1-0
หลังจากนั้น จอร์แดน พยายามเปิดเกมบุกไทยเพิ่มขึ้น แต่ไทยยังร่วมพลังป้องกันไว้ได้ ทำให้จบ 45 นาทีแรก ไทย ขึ้นนำ จอร์แดน 1-0

“บิ๊กตู่” โบ้ยถามเขมรส่งตัว “ตั้ง อาชีวะ” หรือไม่ อ้างเพิ่ม สนช.ให้ครบ ย้อน กม.ไหนห้าม วปอ.นั่ง สปช.

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“บิ๊กตู่” โบ้ยถามเขมรส่งตัว “ตั้ง อาชีวะ” หรือไม่ อ้างเพิ่ม สนช.ให้ครบ ย้อน กม.ไหนห้าม วปอ.นั่ง สปช.
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (แฟ้มภาพ)

“ประยุทธ์” บินลงทัพภาค 4 อำลาตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก อ้างตั้ง สนช. เพิ่มเพื่อให้ครบ 220 คน ตามรัฐธรรมนูญ โวย สปช. จะล็อกกันได้ยังไง ยันมีคุณสมบัติเหมาะสม ไล่อดีต ส.ว.ยโสธร จะไปร้องศาลปกครองก็ไป ลั่นไม่ทบทวน ถามมีกฎหมายข้อไหนเขียนห้าม วปอ. เป็น เผยประสานกัมพูชาส่งตัว “ตั้ง อาชีวะ” แล้วแต่โยนเพื่อนบ้านจะให้หรือไม่
      
       วันนี้ (28 ก.ย.) ที่กองการบิน กรมการขนส่งทหารบก เมื่อเวลา 07.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้เดินทางมาเพื่อขึ้นเครื่องบินไปยังค่ายวชิราวุฒิ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 4 จ.นครศรีธรรมราช ในโอกาสอำลาตำแหน่ง ผบ.ทบ. โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และว่าที่ ผบ.ทบ. พล.อ.อัษรา เกิดผล เสนาธิการ ทบ. ร่วมเดินทางไปด้วย พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ไม่มีอะไรเน้นย้ำเป็นพิเศษ ทุกอย่างเป็นไปตามนโยบายและยุทธศาสตร์ที่วางไว้ของคำสั่ง กอ.รมน. และรัฐบาล ซึ่งจะฝากให้ผู้บังคับบัญชาคนปัจจุบันและคนต่อไปดูแลให้มีความเข้มข้นมาก ขึ้น
      
       นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีความจำเป็นในการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพิ่มอีก 28 คน ว่า เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าต้องคัดเลือก สนช. ไม่เกิน 220 คน ก็เพียงแต่บรรจุให้ครบ 220 คนเท่านั้น เพื่อไปทำงาน เพราะมีกฎหมายหลายฉบับที่ยังติดค้างอยู่จำนวนมากก็คงต้องเข้าไปเร่งดำเนิน การ ซึ่งปัจจุบันการทำงานของ สนช. ก็มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการหลายคณะด้วยกันแล้ว ดังนั้น จะได้ไปเพิ่มจำนวนคนที่มีอยู่ทำให้ครบถ้วนในการจัดตั้งอนุกรรมาธิการที่จะ ได้ไม่ซ้ำซ้อนกันมากนักในการที่จะดำเนินการพิจารณาทางกฎหมาย
      
       ส่วนกรณีที่ นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ อดีต ส.ว.ยโสธร ยังข้องใจการคัดเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ โดยเฉพาะในระดับจังหวัดว่ายังมีการล็อกสเปกหรือไม่นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า หากรายชื่อออกมาก็ไปดู มันจะล็อกกันได้อย่างไรก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดไว้แล้วว่าต้อง ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 2 ตุลาคม ตามกำหนดการที่วางไว้เดิม และรายชื่อทั้งหมดก็ได้ดำเนินการมา 2 ทาง โดยรับสมัครโดย กกต. อยู่แล้ว ฉะนั้น กกต. ก็เป็นผู้ตรวจสอบทางกฎหมายว่ามีปัญหาอะไรหรือไม่ สำหรับบุคคลที่เข้ามาสมัคร อยากที่เรียนไว้แล้วว่าเราก็คัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและเป็นไป ตามการคัดสรรของคณะกรรมการ ทุกคณะที่ดำเนินการมาตามลำดับโดยตลอด
      
       เมื่อถามว่า ถึงขนาดจะไปร้องที่ศาลปกครองชะลอการพิจารณา สปช. พล.อ.ประยุทธ์ “ก็ไปร้อง ก็เป็นเรื่องของศาลปกครอง ถ้ามีปัญหาตรงไหนก็ไปดำเนินการ หากคิดว่ามันไม่ถูกต้องไม่เป็นธรรมก็ดำเนินการไป ในส่วนเราต้องทำงานไปตามลำดับถ้า สปช. ดำเนินการยังไม่ได้ก็ยังไม่ได้ ก็จบเท่านั้นเอง”
      
       เมื่อถามต่อว่า จะต้องทบทวนรายชื่อหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทบทวนเรื่องอะไร ก็เป็นเรื่องของศาลปกครอง ศาลว่าอย่างไรก็ต้องว่าตามศาล
      
       ต่อข้อถามว่า หมายความว่าผ่านกระบวนการพิจารณารายชื่อทั้ง 250 คน เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาแล้วยืนยันจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องทำหากไม่ทำจะทำอะไรต่อไป ต้องรอใครที่ไหน ไม่ได้มีอะไรเขียนไว้ว่าต้องรอ รอใครเพราะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
      
       เมื่อถามว่า นายยุทธนา เปิดเผยข้อมูลว่ามีนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ที่มีสายสัมพันธ์กับทหาร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “แล้วทำไม นักศึกษา วปอ. เป็นไม่ได้หรอ เขาเขียนไว้ในคุณสมบัติข้อไหนว่าเป็น วปอ. เป็นหลักสูตรอะไรแล้วเป็น สปช. ไม่ได้ มีไหม ไปอ่านกฎหมายดู”
      
       เมื่อถามต่อว่า ใน 250 คน มีนักศึกษา วปอ. อยู่เยอะหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนไม่ได้สนใจตนไม่ได้เอาชื่อวปอ. มาอ่าน ไม่ได้ดู ไม่ทราบ
      
       ต่อข้อถามว่า คนที่ผ่านหลักสูตร วปอ.มีความเหมาะสมเป็นสปช.หรือช่วยชาติได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “มีหรอ ข้อไหนที่เขียนว่า สปช. ต้องเป็น วปอ. หรือว่าไม่เป็น วปอ. ถ้าไม่มีก็อย่ามาถามผมตรงนี้ ถามตรงอื่น”
      
       นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกรณี นายเอกภพ เหลือรา หรือ ตั้ง อาชีวะ ผู้ต้องหาคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพจะขอลี้ภัยในกัมพูชา ว่า ก็เป็นเรื่องของตั้ง อาชีวะมาถามตนทำไม ส่วนเรื่องขอตัวกลับมาดำเนินคดี ขณะนี้กำลังประสานกับทางกัมพูชาอยู่ เพราะมีความผิดหลายมาตรา ส่วนตัวมาหรือไม่เมื่อไหร่นั้นก็ต้องอยู่ประเทศกัมพูชา จะได้ตัวกลับมาหรือไม่นั้นต้องไปถามกัมพูชา

′รอยล′ชี้ตุลาฯลมเปลี่ยนทิศ ฝนตกเหนือเขื่อนอีกระลอก

วันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2557 เวลา 12:01:03 น.

นายรอยล จิตรดอน


เมื่อวันที่ 27 กันยายน นายรอยล จิตรดอน ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยจะมีลมมรสุม 2 ชนิด ที่ผลัดกันพัดเข้าและออกนั่นคือ ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กับลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ โดยช่วงที่ผ่านมานั้น ประเทศไทยได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งจะพัดจากมหาสมุทรอินเดียขึ้นไปทางภาคเหนือ โดยช่วงต้นฤดูฝนและกลางฤดูฝนนั้น ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้นี้จะพัดจากทะเลอันดามันข้ามพื้นที่ด้ามขวาน อ้อมอ่าวไทยเคลื่อนที่ไปทางด้านเหนือ ทำให้ช่วงเดือนกันยายน ภาคเหนือค่อนข้างจะมีฝนตกหนัก อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเดือนตุลาคม ฝนจะขยับจากภาคเหนือลงมาสู่ภาคกลาง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ลมมรสุมที่ปกคลุมประเทศไทยจะเริ่มเปลี่ยนจากลมมรสุม ตะวันตกเฉียงใต้เป็นลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าปกคลุมประเทศไทยและอ่าวไทยแทน

"ตะวันออกเฉียงเหนือพาดผ่านภาค กลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก และจากการตรวจสอบยังพบด้วยว่า ลักษณะของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลและกระแสลม บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้ในช่วงนี้ยังมีความปั่นป่วนสูง บ่งชี้ว่าเดือนตุลาคมนี้ มีโอกาสเกิดพายุที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ซึ่งจะเข้ามาทางอ่าวไทย แต่ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ชัดเจนมากนักในเวลานี้ ปรากฏการณ์นี้ปีนี้พบว่ามาเร็วกว่าปกติ จากที่ควรจะเกิดช่วงเดือนพฤศจิกายน แต่ขณะนี้มีสัญญาณว่าจะเกิดในเดือนตุลาคม ถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างดี เพราะไม่ต้องกังวลว่าปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่หลายแห่งมีน้อย เวลานี้พบว่าพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ยังมีโอกาสที่จะมีฝนตกอีกช่วงหนึ่ง อีกประมาณ 7-8 วันข้างหน้า ซึ่งเท่ากับว่าจะมีโอกาสที่จะเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนได้อีกระดับหนึ่ง" นายรอยลกล่าว


ชาวฮ่องกงอารยะขัดขืน-เรียกร้องเลือกตั้ง ยึด สนง.ใหญ่ ที่ทำการผู้บริหารเกาะกลางดึก

ชาวฮ่องกงอารยะขัดขืน-เรียกร้องเลือกตั้ง ยึด สนง.ใหญ่ ที่ทำการผู้บริหารเกาะกลางดึก
ภาพเอพี
        เอพี/เอเอฟพี – กลุ่มอ็อกคิวพาย เซ็นทรัล ซึ่งเรียกร้องการเลือกตั้งเต็มรูปแบบในฮ่องกงสร้างเซอร์ไพรส์ เคลื่อนพลยึด สนง.ใหญ่ที่ทำการผู้บริหารเกาะช่วงกลางดึกที่ผ่านมา
      
       กลุ่มผู้ประท้วงจัดการชุมนุมที่เรียกกันว่า “อ็อกคิวพาย เซ็นทรัล; Occupy Central with Love and Peace /OCLP)” ในฮ่องกง ยกระดับการอารยะขัดขืนเพื่อเรียกร้องการเลือกตั้งที่แท้จริงให้กับการปกครอง บนเกาะ ด้วกยการยึดพื้นที่รอบๆ สำนักงานใหญ่ที่ทำการผู้บริหารเกาะฮ่องกง กลางดึกที่ผ่านมา
      
       เมื่อช่วงเวลาประมาณ 01.40น. ของวันนี้ (28 ก.ย.) กลุ่มยึดเซ็นทรัลระบุว่า ทางกลุ่มได้เริ่มดำเนินการและเรียกร้องให้รัฐบาลปักกิ่งถอดถอนมติเมื่อเดือน ที่แล้ว ซึ่งระบุให้ผู้ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้บริหารเกาะในปี 2560 (ค.ศ.2017) ต้องได้รับการตรวจสอบคุณสมบัติจากคณะกรรมการของรัฐบาลปักกิ่งก่อน โดยทางกลุ่มต้องการให้มีการกลับไปสู่การปฏิรูปเพื่อการเลือกตั้งในแบบเดิม
      
       การยกระดับ เปลี่ยนเป้าหมายจากการยึดย่านธุรกิจสำคัญ หรือ ซีบีดี (CBD) ไปเป็นสำนักงานใหญ่ผู้บริหารเกาะฮ่องกงโดยกลุ่มนักศึกษาและผู้ประท้วงเรียก ร้องประชาธิปไตยเริ่มขึ้นตั้งแต่กลางดึกวันเสาร์จนถึงวันอาทิตย์ โดยตั้งแต่วันศุกร์ (26 ก.ย.) ที่ผ่านมาตำรวจฮ่องกงได้จับกุมผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งที่ปีนรั้วของสำนักงาน เข้าไป โดยมีการใช้สเปรย์พริกไทยกับกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เองเชื่อว่าทำให้กลุ่มผู้ประท้วงเลื่อนวันประท้วง เร็วขึ้นจากที่กำหนดไว้เดิม 1 ต.ค.
      
       “ความกล้าหาญของนักศึกษาและชาวฮ่องกงจากการตัดสินใจที่จะอยู่โยงใน ที่ชุมนุมของคนเหล่านี้ ชาวฮ่องกงจำนวนมากต่างรับรู้และประทับใจ” ผู้นำกลุ่มอ็อกคิวพาย เซ็นทรัลระบุ
ชาวฮ่องกงอารยะขัดขืน-เรียกร้องเลือกตั้ง ยึด สนง.ใหญ่ ที่ทำการผู้บริหารเกาะกลางดึก
ภาพเอพี
       
ชาวฮ่องกงอารยะขัดขืน-เรียกร้องเลือกตั้ง ยึด สนง.ใหญ่ ที่ทำการผู้บริหารเกาะกลางดึก
ภาพเอพี
       
ชาวฮ่องกงอารยะขัดขืน-เรียกร้องเลือกตั้ง ยึด สนง.ใหญ่ ที่ทำการผู้บริหารเกาะกลางดึก
ภาพเอพี
       
ชาวฮ่องกงอารยะขัดขืน-เรียกร้องเลือกตั้ง ยึด สนง.ใหญ่ ที่ทำการผู้บริหารเกาะกลางดึก
ภาพเอพี
       
ชาวฮ่องกงอารยะขัดขืน-เรียกร้องเลือกตั้ง ยึด สนง.ใหญ่ ที่ทำการผู้บริหารเกาะกลางดึก
ภาพเอพี
       
ชาวฮ่องกงอารยะขัดขืน-เรียกร้องเลือกตั้ง ยึด สนง.ใหญ่ ที่ทำการผู้บริหารเกาะกลางดึก
ภาพเอพี
       
ชาวฮ่องกงอารยะขัดขืน-เรียกร้องเลือกตั้ง ยึด สนง.ใหญ่ ที่ทำการผู้บริหารเกาะกลางดึก
ภาพเอพี
       
ชาวฮ่องกงอารยะขัดขืน-เรียกร้องเลือกตั้ง ยึด สนง.ใหญ่ ที่ทำการผู้บริหารเกาะกลางดึก
ภาพเอพี
       
ชาวฮ่องกงอารยะขัดขืน-เรียกร้องเลือกตั้ง ยึด สนง.ใหญ่ ที่ทำการผู้บริหารเกาะกลางดึก
ภาพเอพี
       
ชาวฮ่องกงอารยะขัดขืน-เรียกร้องเลือกตั้ง ยึด สนง.ใหญ่ ที่ทำการผู้บริหารเกาะกลางดึก
ภาพเอพี

“หวายสาว” ดับพม่าเก็บทอง 2 “อินชอน”

“หวายสาว” ดับพม่าเก็บทอง 2 “อินชอน”
สาวไทย ฟาดไม่ยั้ง
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
“หวายสาว” ดับพม่าเก็บทอง 2 “อินชอน”
ป้องกันแชมป์ไว้ได้

“หวายสาว” ดับพม่าเก็บทอง 2 “อินชอน”
แฟนไทยมาเชียร์ตรึม

ทีมนักกีฬาตะกร้อหญิงของไทย เก็บเหรียญทองที่ 2 ให้แก่ทีมนักกีฬาไทยได้แบบตามความคาดหมายในการแข่งขัน เอเชียน เกมส์ 2014 ที่เกาหลีใต้ หลังโชว์ฟอร์มเฉียบปราบ เมียนมาร์ ในรอบชิงชนะเลิศแบบขาดลอย 2-0 คู่ เช้าวันที่ 28 กันยายน ที่ผ่านมา
      
       ศึกตะกร้อทีมหญิงชุด “อินชอน เกมส์” ณ สนาม บูชอน ยิมเนเซียม เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ วันที่ 28 กันยายน เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเป็นการเจอกันระหว่าง ไทย แชมป์เก่า พบกับ เมียนมาร์ เพื่อลุ้นเหรียญทองที่ 2 ให้แก่ทัพนักกีฬาไทย
      
       เปิดฉากทีมเอ ไทยส่ง เฟื่องฟ้า ประพัศรางค์, วันวิสาข์ จันทร์แก่น และ มัสยา ดวงศรี ออกไปลุยก่อน ซึ่งสาวไทย โชว์ฟอร์มได้อย่างดีเยี่ยม ก่อนเก็บแต้มนำ 1 เซต 21-4 ต่อมาเกมสอง เมียนมาร์ เล่นได้ดีขึ้นและเก็บแต้มแซงนำไป 15-5 และตีเสมอเซตได้ 21-11 เซตตัดสิน เล่นกันสูสี แต่ 3 สาวเด็ดขาดกว่าสุดท้ายชนะ 21-16 นำก่อน 1-0 คู่
      
       ถัดมาเป็นคิว ทีมบี สมฤดี ปรือปรัก, สุนทรี รูปสูง และ แก้วใจ พุ่มสว่างแก้ว รับไม้ต่อ ซึ่งเซตแรก สาวไทยเล่นเยี่ยมได้ สมฤดี โดดฟาดหน้าเน็ตเก็บแต้มสำคัญมากมายจนนำก่อน 21-9 เซตสอง เมียนมาร์ เริ่มเล่นดีขึ้นแต่สาวไทยสู้ไม่ถอย และชนะไปอีก 21-13 นำ 2-0 คู่ คว้าเหรียญทองได้สำเร็จเป็นสมัยที่ 4
      
       ส่วนเหรียญเงิน เป็น เมียนมาร์ และ ทองแดง เป็น อินโดนีเซีย กับ เวียดนาม ที่รับร่วมกัน