วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ฮือฮานู้ดนักศึกษาเกาหลี! โปรโมตโชว์เต้นจบการศึกษา

ฮือฮานู้ดนักศึกษาเกาหลี! โปรโมตโชว์เต้นจบการศึกษา
        นักศึกษาแห่งภาควิชาเต้นรำของมหาวิทยาลัยชุนบก ในเกาหลีใต้สร้างความฮือฮาด้วยการถ่ายภาพนู้ดเปลือยท่อนบน เพื่อโปรโมตโชว์เต้นสำหรับการจบการศึกษาที่กำลังจะมาถึงของพวกเธอ
      
       โดยในโปสเตอร์ที่เป็นภาพของ 17 สาว กับอีก 1 หนุ่มที่เปลือยท่อนบน พร้อมหันหลังให้กล้อง และใช้มือปิดบังส่วนหน้าอกหน้าใจเอาไว้ ได้กลายเป็นประเด็นร้อนซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางใน เกาหลีใต้ถึงความเหมาะสมของภาพเพราะหนุ่มสาวบนโปสเตอร์ล้วนเป็นนักศึกษาของ มหาวิทยาลัยชุนบก ในภาควิชาเต้นรำคณะศิลปะ ที่ตัดสินใจถ่ายหวิวเพื่อโปรโมตโชว์
      
       แน่นอนว่าเสียงสะท้อนของชาวเกาหลีใต้ส่วนใหญ่ของภาพโปสเตอร์วาบหวิว นี้ค่อนข้างจะเป็นไปในทางลบ แต่ก็ยังมีความเห็นอีกไม่น้อยที่มองภาพดังกล่าวในแง่บวก บางคนถึงกับยกย่องว่าภาพดังกล่าวแฝงความหมายลึกซึ้งเอาไว้ไม่น้อย โดยเฉพาะการสะท้อนถึงการต่อสู้ของศิลปินในยุคสมัยปัจจุบัน
      
       "หวังว่าคนที่เห็นภาพจะไม่ไปค้นนะว่าพวกนี้อยู่มหาวิทยาลัยอะไร ไม่งั้นภาควิชาเต้นรำของมหาวิทยาลัยชุนบก ก็คงไม่มีอนาคตแล้ว" ชาวเกาหลีใต้คนหนึ่งให้ความเห็น
      
       นอกจากนั้นยังมีอีกหลายๆ คนที่ขำปนอิจฉาหนึ่งหนุ่มที่ได้อยู่ท่ามกลางสาวๆ ทั้ง 17 คน ส่วนชาวเน็ตอีกคนก็วิเคราะห์ว่าภาพนี้มีความหมายลึกซึ้งถึงเส้นทางของนัก เต้นในประเทศเกาหลีใต้ที่ยังต้องดิ้นรนเพื่ออาชีพนี้กันอยู่ "ความจริงแล้วภาพของแดนเซอร์เปลือยหลังนี่ก็สะท้อนสังคมของเราเหมือนกันนะ กับการแสดงให้เห็นว่าแดนเซอร์ รวมถึงพวกศิลปินยังคงลำบาก และมีรายได้ต่อปีกันแน่ 3 ล้านวอน (89,800 บาท) เท่านั้น"
      
       อย่างไรก็ตามทีมงานของการแสดงชุดนี้ได้อธิบายว่าภาพดังกล่าวเป็นแค่ ภาพที่ทดลองถ่ายออกมาเท่านั้น ยังไม่ใช่โปสเตอร์อย่างเป็นทางการของโชว์
      
       ศาสตราจารย์ คิมวอน แห่งคณะศิลปะ มหาวิทยาลัยชุนบก ยังได้ให้อธิบายถึงภาพโปสเตอร์ที่กลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ในเกาหลีขณะนี้ ว่า "พวกนักเรียนอยากจะทดลองอะไรกันนิดหน่อย เลยถ่ายภาพเอาไว้หลายๆ แบบ" คิม ยังย้ำว่าโชว์ของจริงจะไม่มีการเปลือยอย่างแน่นอน โดยโชว์จะมีขึ้นในวันที่ 26 พ.ย. ที่จะถึงนี้ซึ่งการแสดงประมาณ 100 นาทีจะมีทั้งการโชว์เต้นบัลเลต์ และการเต้นรำแบบพื้นเมืองของเกาหลี
      
       

วันอังคารที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

โอบามาถามประยุทธ์ “มีความสุขกันหรือยัง?” สรุปผลการหารือทวิภาคีของผู้นำไทยกับประเทศต่างๆ ช่วงประชุม APEC

โอบามาถามประยุทธ์ “มีความสุขกันหรือยัง?” สรุปผลการหารือทวิภาคีของผู้นำไทยกับประเทศต่างๆ ช่วงประชุม APEC
ภาพ thaigov.go.th
        ASTVผู้จัดการ – สรุปผลการหารือทวิภาคีระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชากับผู้นำประเทศต่างๆ ระหว่างการประชุมเอเปกที่กรุงปักกิ่ง ประกอบไปด้วยผู้นำจีน-ปาปัวนิวกินี-ฟิลิปปินส์ นายกฯ เผยโอบามาถาม “มีความสุขกันหรือยัง?”
      
       สรุปผลการหารือทวิภาคของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กับผู้นำ ระหว่างร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจแห่ง เอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ครั้งที่ 22 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันที่ 9-11 พ.ย 57
โอบามาถามประยุทธ์ “มีความสุขกันหรือยัง?” สรุปผลการหารือทวิภาคีของผู้นำไทยกับประเทศต่างๆ ช่วงประชุม APEC
ภาพเอพี
        • จีน ทวิภาคีกับประธานาธิบดี “สี จิ้นผิง”
      
       - ปีหน้า 2558 ความสัมพันธ์ไทย-จีน จะครบรอบ 40 ปี และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา ซึ่งจะเป็นโอกาสพิเศษที่ทั้งสองประเทศจะร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง
       - ในปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ จีนจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม JC เศรษฐกิจไทย-จีน ครั้งที่ 3
       - ฝ่ายไทยชื่นชมยุทธศาสตร์ของจีนในการพัฒนาเส้นทาง R3A เชื่อมต่อจากนครคุนหมิงมายังกรุงเทพ
       - การพัฒนาเส้นทางระบบรางมาถึงบริเวณชายแดนจีน เพื่อเตรียมเชื่อมต่อไปถึงลาว ซึ่งไทยและจีนจะร่วมมือกันในการพัฒนาเพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมในภูมิภาคให้ เต็มศักยภาพ หลังจากจีนได้มีความริเริ่มเส้นทางสายไหมทางบกและทางทะเล
       - ร่วมพัฒนาความยั่งยืนของภูมิภาค อาทิ การแก้ไขปัญหาความยากจน การบริการ ด้านสาธารณสุข การศึกษาและการแก้ปัญหายาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้าน
       - ความร่วมมือด้านรถไฟ ไทยยินดีที่จะร่วมมือกับจีนในการพัฒนารถไฟทางคู่เพื่อส่งเสริมการเชื่อมโยง จีน ไทยและประเทศในภูมิภาค โดยอาจนำไปหารือให้มีผลเป็นรูปธรรมในกรอบการหารือไทย-จีน ที่เกี่ยวข้อง
โอบามาถามประยุทธ์ “มีความสุขกันหรือยัง?” สรุปผลการหารือทวิภาคีของผู้นำไทยกับประเทศต่างๆ ช่วงประชุม APEC
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีไทย กับ นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน (ภาพ thaigov.go.th)
        - ไทยขอบคุณจีนที่นำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลไม้ ข้าวหอมมะลิและยางพารา โดยทั้งสองฝ่ายจะมีการหารือต่อไปเพื่อลดปัญหาและอุปสรรคด้านการค้าสินค้า เกษตรระหว่างกัน
       - ด้านการศึกษา ไทยและจีนเห็นพ้องขยายความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรม เนื่องจากจีนมีความเจริญก้าวหน้าโดยอาจจัดเวทีให้นักวิทยาศาสตร์ได้พบปะทำ งานร่วมกันอย่างใกล้ชิด รวมทั้งขอให้จีนช่วยสนับสนุนด้านการพัฒนาระบบอาชีวศึกษ
       - ฝ่ายไทย เชิญนายกรัฐมนตรีจีนเข้าร่วมอย่างเป็นทางการการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำแผน งานการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (Great Mekong Subregion- GMS Summit) ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม GMS Summit ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 19-20 ธันวาคม 2557 นี้ โดยไทยจะผลักดันประเด็นเรื่องการพัฒนา Transport Corridors ให้เป็น Economic Corridors การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษข้ามพรมแดน การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการขนส่งและการป้องกันการลักลอบการค้ามนุษย์
       - โดยจีนมีความต้องการรื้อฟื้นเส้นทางสายไหม ซึ่งฝ่ายไทยเห็นด้วยและจะมีการทบทวนกันว่าจะทำอย่างไรต่อไป
       - จีนพร้อมจะร่วมมือและสนับสนุนไทยในการก่อสร้างเส้นทางเชื่อมโยงเรื่องการขน ส่งสินค้า โดยตกลงจะร่วมมือกันในเรื่องการทำทางรถไฟ ขนาด 1.435 เมตร เป็นทางรถไฟที่รางกว้างกว่าปกติ คือกว้าง 1 เมตร เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งไทย อาเซียน และจีน
โอบามาถามประยุทธ์ “มีความสุขกันหรือยัง?” สรุปผลการหารือทวิภาคีของผู้นำไทยกับประเทศต่างๆ ช่วงประชุม APEC
ภาพ thaigov.go.th
       
โอบามาถามประยุทธ์ “มีความสุขกันหรือยัง?” สรุปผลการหารือทวิภาคีของผู้นำไทยกับประเทศต่างๆ ช่วงประชุม APEC
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีไทย กับ นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน (ภาพ thaigov.go.th)
        - มีแผนพัฒนารถไฟหลายเส้นทางกับทางการจีน และตกลงที่จะร่วมมือกันแบบรัฐต่อรัฐ คือ เส้นทางกรุงเทพ-หนองคาย กรุงเทพ-มาบตาพุด และแยกที่แก่งคอย จ.สระบุรี
       - การดำเนินการไม่ได้ผ่านบริษัทใด
       - เร่งดำเนินการตามกฎหมายให้เรียบร้อย เพื่อเดินหน้าต่อไปให้ได้
       - ไทยจะศึกษารถไฟความเร็วสูง 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รางกว้าง 1.435 เมตร ส่วนรถไฟความเร็วสูง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต้องศึกษาเรื่องความคุ้มค่าอีกครั้ง
       - ไทยจะดำเนินการรถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วปานกลาง ถือว่าเป็นของขวัญให้คนไทยในปี 2558
       - จีนก็จะให้ความช่วยเหลือเรื่องสินค้าเกษตร โดยจะรับซื้อข้าวจากไทย
โอบามาถามประยุทธ์ “มีความสุขกันหรือยัง?” สรุปผลการหารือทวิภาคีของผู้นำไทยกับประเทศต่างๆ ช่วงประชุม APEC
ภาพ thaigov.go.th
        • ปาปัวนิวกินี ทวิภาคกับนายกรัฐมนตรี “ปีเตอร์ โอนีล”
      
       - ปาปัวนิวกีนีเป็นประเทศคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในกลุ่มประเทศหมู่เกาะแปซิฟิก และเป็นแหล่งทูน่าที่สำคัญ
       - สำหรับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจนั้น ปาปัวนิวกินีอาจส่งคณะผู้แทนระดับสูงพร้อมนำคณะนักธุรกิจเยือนไทย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตและเศรษฐกิจ ด้านการค้า การลงทุน ประมง
       - ไทยยินดีในโอกาสที่ปาปัวนิวกินีจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกในปี 2018 โดยไทยพร้อมให้ความสนับสนุนด้วย
       - สำหรับการท่องเที่ยว ไทยและปาปัวนิวกินีต่างป็นประเทศที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม ทั้งสองประเทศต่างมีศักยภาพในการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน
โอบามาถามประยุทธ์ “มีความสุขกันหรือยัง?” สรุปผลการหารือทวิภาคีของผู้นำไทยกับประเทศต่างๆ ช่วงประชุม APEC
ภาพ thaigov.go.th
        • ฟิลิปปินส์ ทวิภาคีกับประธานาธิบดีนายเบนิกโน เอส. อาคีโน ที่สาม
      
       - ฟิลิปปินส์ชื่นชมบทบาทในการผลักดันนวัตกรรม ส่งเสริม SMEs พัฒนาการเกษตรซึ่งเป็นแนวทางที่ฟิลิปปินส์ถือเป็นแบบอย่างในการพัฒนาประเทศ
       - ชื่นชมภาคธุรกิจชั้นนำของไทย ที่เข้าไปลงทุนในฟิลิปปินส์ อาทิ บริษัท CP ที่มีการลงทุนในฟิลิปปินส์ มีส่วนส่งเสริมความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ นำความรู้ เทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ในการเพิ่มผลผลิต
       - รัฐบาลฟิลิปปินส์ ให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตภายในประเทศ โดยเฉพาะมาตรการเกษตร การดูแลราคาสินค้าเกษตร และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 7
       - ไทยให้ความสำคัญบทบาทในการพัฒนาเศรษฐกิจและการดำเนินนโยบาย สามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทำให้เศรษฐกิจฟิลิปปินส์เติบโตอย่างต่อ เนื่อง เฉลี่ยร้อยละ 7
       - ไทยมีความยินดีที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ เพิ่มมูลค่าและปริมาณ การค้าการลงทุนระหว่างกัน
       - รัฐบาลไทยเชื่อว่าไทยและฟิลิปปินส์ ยังมีโอกาสขยายตัวเศรษฐกิจระหว่างกันทั้งในระดับประเทศและภายในภูมิภาค
โอบามาถามประยุทธ์ “มีความสุขกันหรือยัง?” สรุปผลการหารือทวิภาคีของผู้นำไทยกับประเทศต่างๆ ช่วงประชุม APEC
ภาพ thaigov.go.th
        บรรยากาศการพูดคุยระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำ ผู้นำเอเปก วันที่ 10 พ.ย.57
      
       สหรัฐอเมริกา กับประธานาธิบดี บารัค โอบามา
       - โอบามา สอบถามสถานการณ์ในประเทศไทยว่ามีความสุขกันหรือยัง (อ้างคำพูด จากการบอกเล่าของ พล.อ.ประยุทธ์) โดย นายกฯไทย ตอบกลับไปว่าบรรยากาศดีแล้ว แต่ขอเวลาปฏิรูปประเทศระยะหนึ่งก่อน และขอบคุณที่เป็นห่วงและยืนยันจะทำให้ดีที่สุด
      
       รัสเซีย กับนายกรัฐมนตรี วลาดิเมียร์ ปูติน
       - นายกฯ ปูติน (อ้างคำพูด จากการบอกเล่าของพล.อ.ประยุทธ์) ถามว่าประเทศไทยเป็นไง เรียบร้อยหรือยัง พล.อ.ประยุทธ์ ตอบกลับว่า "เรียบร้อยดี ขอเวลาเราระยะหนึ่ง ทุกคนก็ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ไม่ได้พูดเรื่องความขัดแย้ง ผมบอกทุกประเทศว่าประเทศไทยสงบสุขพอสมควรแล้ว การท่องเที่ยวก็ดีขึ้น ได้เชิญชวนให้ทุกประเทศมาเที่ยวเมืองไทยด้วย
      
       ญี่ปุ่น กับนายอาเบะ
       - นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น บอกว่า จะยกเลิกประกาศเตือนเพื่อให้คนมาเที่ยวไทยและ ทุกประเทศกล่าวขวัญถึงประเทศไทยในทางที่ดีหมด
       

เสี่ยร้านมือถือ แฉพลีกายแลกไอโฟนเกลื่อน เจ๊เบียบฉะสังคมเสื่อม



เจ้าของร้านเด็กหญิงขอโทรศัพท์แลกเซ็กซ์ แจงเด็กหญิงขอพลีกาย แท้จริงเป็นเด็กมัธยมต้น เผยเคยมีสาวสวยเป๊ะมาถึงหน้าร้าน ขอมีเซ็กซ์แลกไอโฟน 6 ระเบียบรัตน์ จวกสังคมแฟชั่นทำวัยรุ่นบ้าวัตถุนิยม หมอวัยรุ่น ชี้ควรสอนเด็กไม่เสพแบรนด์ ไอดอลเด็ก แนะอยากได้ต้องอดออม... 
นายอุทัย บัวประเสริฐ เจ้าของร้านโทรศัพท์มือถือย่านตลาดเทพอุดร จ.ตราด ที่มีเด็กหญิงขอร่วมหลับนอน เพื่อแลกกับโทรศัพท์มือถือไอโฟน 6 เปิดเผยให้ทีมเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ฟังว่า เด็กหญิงที่ติดต่อเข้ามาเพื่อขอซื้อโทรศัพท์มือถือ พร้อมกับยอมพลีกาย เพื่อแลกเงินส่วนต่างทั้งหมด 3,900 บาทนั้น เป็นเด็กหญิงชั้นมัธยมต้น ไม่ใช่ชั้นประถมศึกษาตามที่ปรากฏในข่าวไปก่อนหน้าน้ี แต่ไม่ทราบว่าเป็นเด็กจากจังหวัดอะไร เนื่องจากตนมีร้านขายโทรศัพท์มือถือออนไลน์ ดังนั้น จึงมีลูกค้าหลากหลายเพศ หลากหลายวัยทั่วประเทศ เข้ามาติดต่อซื้อขายกันเป็นประจำ
“เหตุการณ์ไอโฟนแลกเซ็กซ์ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้เคยมีสาววัยรุ่นหน้าตาดี คาดว่าอายุไม่เกินจาก 18-20 ปี เข้ามาที่หน้าร้าน แล้วพูดเชิงที่ว่า เขาจะให้ผมไปนอนกับเขาหนึ่งคืน เพื่อขอแลกไอโฟน 6 หนึ่งเครื่อง แต่ผมก็ปฏิเสธเธอไป เพราะว่าผมมีภรรยาแล้ว และวิธีลัดอย่างนี้ไม่ถูกต้องเลย” เจ้าของร้านโทรศัพท์มือถือ ย้อนเล่าไปถึงวินาทีมือถือแลกเซ็กซ์
บทสนทนาที่ทำให้สังคมถึงกับช็อก!
นายอุทัย ยังฝากเตือนไปถึงผู้ปกครองที่มีบุตรหลานว่า ปัจจุบันมีเด็กๆจำนวนมากที่ต้องการใช้โทรศัพท์มือถือที่มีราคาแพง ซึ่งอาจมาจากสาเหตุที่เห็นเพื่อนๆ มี จึงเกิดความรู้สึกอยากได้อยากมีเหมือนกับคนอื่นๆ บ้าง ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองจึงต้องสร้างอุปนิสัยให้ลูกหลานไม่เสพวัตถุนิยมจนเกินกว่า เหตุ
ด้าน นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นายกสมาคมเสริมสร้าง ครอบครัวให้อบอุ่นและเป็นสุข กล่าวว่า เรื่องวัยรุ่น เยาวชน เป็นผลที่สะท้อนออกมาจากปัญหาสังคม โดยมีพื้นฐานมาจากระบบครอบครัว หากครอบครัวไม่อบอุ่น ไม่ใกล้ชิด ก็จะมีปัญหาตอนเขาเป็นวัยรุ่น เรื่อง ที่เกิดขึ้นอาจเป็นเพราะว่าด้อยประสบการณ์ อาจทำให้เขาหลงใหลใน "วัตถุนิยม" ส่งผลสะท้อนถึงความเสื่อมอย่างหนัก ให้ความสำคัญกับวัตถุ ไม่หวงเนื้อตัวร่างกาย ที่น่าเสียใจคือ กลับไม่ได้รู้สึกเสียดาย จะร่วมหลับนอนกับใครก็ได้ เพื่อให้ได้สิ่งที่ตนเองต้องการ
"ส่วนตัวไม่เคยโทษเด็ก แต่อยากเน้นไปที่สถาบันครอบครัว ส่วนที่เด็กเป็นแบบนี้ คิดว่ามาจากเรื่องแฟชั่น เห็นเพื่อนมี เรามีจะรู้สึกดี สิ่งที่กลัวที่สุด คือ "การทำผิดแล้วไม่รู้ว่าผิด" เป็นเรื่องที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ถือเป็นเรื่องน่ากลัวของสังคมไทย กลายเป็นเรื่องเห็นผิดเป็นชอบ"
นางระเบียบรัตน์ กล่าวต่อว่า การแก้ปัญหา ถ้าแก้ตอนวัยรุ่นนั้นทำยาก ควรเริ่มปลูกฝังแต่แรกเกิดถึง 6 ขวบ สิ่งที่ต้องทำคือการต้องเร่งปฏิรูปสังคม ปล่อยให้ฟอนเฟะแบบนี้ไม่ได้ ต้องเน้นสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง แสดงให้เห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องวิ่งตามใคร พอใจในสิ่งที่มีอยู่ แต่ปัจจุบัน สังคมเราวิ่งตามคนอื่น สื่อเองก็มีส่วนในการกระตุ้นให้เด็กอยากได้ แต่ถ้าไม่ได้เอาตัวแลกเลยมัน รู้สึกน่าเศร้ามาก สิ่งที่อยากจะฝากคืออยากให้คิดได้ เพราะไม่มีมนุษย์คนไหนไม่เคยผิดพลาด แต่ถ้าผิดแล้วก็อยากให้กลับตัวกลับใจ คุณพ่อคุณแม่ใกล้ชิดลูกให้มากๆ อย่าใช้ชีวิตด้วยความประมาท
ขณะที่ น้องมายด์ พีรดา สาเพิ่มทรัพย์ เด็กหญิงวัย 9 ขวบ นักเต้นตัวจิ๋วและเป็นไอดอลของเด็กน้อยหลายๆ คน เล่าถึงเวลาที่ตนเองอยากได้สิ่งของสักชิ้นที่มีราคาสูงว่า ตนจะบอกคุณแม่ว่าอยากได้สิ่งของชิ้นนี้มาก และแม่จะซื้อให้ แต่ต้องดูว่ามีประโยชน์กับตนมากน้อยแค่ไหน ถ้าซื้อไปแล้วจะใช้คุ้มหรือไม่
สำหรับปัจจุบันนี้มีโทรศัพท์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย เด็กๆ หลายคนอยากได้มาครอบครอง น้องมายด์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ต้อง ดูราคาก่อนว่าแพงขนาดไหน ถ้าแพงมากๆ ก็จะไม่ซื้อ จะเลือกซื้อรุ่นที่ถูกลงมาหน่อย แต่ใช้งานได้ดีเหมือนกัน ส่วนโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งออกมาใหม่ล่าสุด จะไม่ค่อยอยากได้ เพราะว่าไม่ได้มีความจำเป็นจะใช้ขนาดนั้น
น้องมายด์ เด็กหญิงเน็ตไอดอล จะมองเรื่องความจำเป็นในการใช้โทรศัพท์
ส่วน พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น อาจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เปิดเผยกับ "เฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์" ว่า วัยรุ่นเป็นวัยที่ต้องการการยอมรับจากสังคม กรณีนี้เป็น 1 ในภาพสะท้อนของสังคมในปัจจุบันที่ส่วนใหญ่เป็นไปในลักษณะ "วัตถุนิยม" คนส่วนใหญ่ให้คุณค่ากันและกันด้วยวัตถุ การใช้ของแบรนด์เนม หรือผู้ที่ฐานะดี ก็มักจะถูกยกย่อง และได้รับบริการที่แตกต่างกัน ทำให้เด็กๆ รู้สึกว่า จะต้องเป็นแบบนั้น ขณะเดียวกัน เด็กอาจไม่ได้รับการเลี้ยงดูให้รู้จักคุณค่าของตัวเอง ให้คุณค่าต่อความสามารถที่มี นิสัยที่ดี หรือเด็กไม่ได้รู้สึกว่า ตนเองจะสามารถถูกรักได้แบบไม่มีเงื่อนไข เช่น ความรักของพ่อแม่ ทั้งนี้ ถือว่ารุนแรงหรือไม่นั้น เห็นว่าขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่ามองเรื่องเพศอย่างไร แต่สำหรับกรณีนี้เป็นเด็กอายุน้อย ยังไม่มีวุฒิภาวะ ก็จะมีความเสี่ยงที่จะใช้วิธีการนี้อีก เพื่อให้ได้ของที่อยากได้ กลายเป็นว่า เสพติดวิธีการนี้ไป
"เราต้องสอนเด็กผ่านการกระทำของเราเอง เช่น ไม่ให้คุณค่ากับสิ่งภายนอกมากกว่าภายใน ไม่ใช่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้วัตถุต่างๆ ไม่ว่าจะใช้วิธีการใดก็ตาม ทำให้ลูกเห็นคุณค่าของตัวเอง นอกจากนี้ ก็หาโอกาสในการสอนผ่านสื่อ ผ่านละครได้ด้วย" พญ.จิราภรณ์ กล่าว.

เสียฟอร์ม! รถเบนซ์ ไถลตกทางวิ่งหน้าโรงแรม 5ดาว

เสียฟอร์ม! รถเบนซ์ ไถลตกทางวิ่งหน้าโรงแรม 5ดาว
ภาพจากทวิตเตอร์ @TheTopologist
        ASTVผู้จัดการ – รถหรูไถลตกทางวิ่งขึ้นหน้าโรงแรมดังย่านราชประสงค์ ล้อหลังลงมาคาอยู่ที่พื้นด้านล่าง ส่วนสองล้อยังเกยอยู่ข้างบนทางวิ่ง โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ
      
       ช่วงเที่ยงวันนี้ (11 พ.ย.) ในสื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพอุบัติเหตุรถยนต์หรูไถลตกจากทางวิ่งหน้า โรงแรมจนได้รับความเสียหาย โดยจากการตรวจสอบพบว่า รถยนต์ดังกล่าวเป็นรถยี่ห้อเมอร์เซเดส เบนซ์ รุ่นเอส 300 สีบรอนซ์เทา ป้ายเขียว ทะเบียน ฌข 30 นนทบุรี รถเช่าของของโรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ย่านสี่แยกราชประสงค์ เขตปทุมวัน
      
       จากอุบัติเหตุทำให้ล้อหลังสองล้อของรถเบนซ์ ตกลงมาอยู่ที่พื้นชั้นล่างโรงแรม ซึ่งเป็นในส่วนของร้านอาหาร ส่วนสองล้อหน้ายังเกยอยู่บนทางวิ่งที่จะขึ้นไปบริเวณหน้าโรงแรม ส่งผลให้ท้ายรถได้รับความเสียหายเล็กน้อย แต่เคราะห์ดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เจ้าหน้าที่โรงแรมที่อยู่ในอาการหัวเสียได้ประสานนำรถยกเข้ามาเคลื่อนย้ายรถ คันดังกล่าวออกไป โดยอยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่าสาเหตุมาจากความประมาทส่วนบุคคลหรือมีเหตุ อะไรขัดข้องกันแน่
เสียฟอร์ม! รถเบนซ์ ไถลตกทางวิ่งหน้าโรงแรม 5ดาว
ภาพจากสื่อสังคมออนไลน์

วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

แก๊งฝรั่งถ่อย! บุกโรงพักพัทยาด่าตำรวจ ทำร้ายนักข่าว


แก๊งฝรั่งถ่อย! บุกโรงพักพัทยาด่าตำรวจ ทำร้ายนักข่าว

แก๊งฝรั่งถ่อย! บุกโรงพักพัทยาด่าตำรวจ ทำร้ายนักข่าว

แก๊งฝรั่งถ่อย! บุกโรงพักพัทยาด่าตำรวจ ทำร้ายนักข่าว

แก๊งฝรั่งถ่อย! บุกโรงพักพัทยาด่าตำรวจ ทำร้ายนักข่าว

แก๊งฝรั่งถ่อย! บุกโรงพักพัทยาด่าตำรวจ ทำร้ายนักข่าว

แก๊งฝรั่งถ่อย! บุกโรงพักพัทยาด่าตำรวจ ทำร้ายนักข่าว

ศูนย์ข่าวศรีราชา-แก๊งฝรั่ง ชาวออสเตรเลียถ่อย! บุกโรงพักพัทยาทำร้ายนักข่าวโวยวายด่าตำรวจเป็นมาเฟีย อ้างเงินหาย 1 ล้าน ทองคำหาย 1 กก. เผยที่ผ่านมาก่อเหตุป่วนมาแล้วหลายครั้ง
      
       เมื่อเวลา 02.00 น. ของวันนี้ (10 พ.ย.) ขณะที่กลุ่มผู้สื่อข่าวเมืองพัทยากำลังนั่งรอปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณหน้า สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้มีชาวต่างชาติทราบชื่อ Mr.Timothy John Ward อายุ 49 ปี สัญชาติออสเตรเลีย เดินมาโวยวายว่าเงินจำนวน 1 ล้านบาท และทองคำจำนวน 1 กิโลกรัมหายไป พร้อมด่าทอว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจพัทยาทำตัวเป็นมาเฟีย ก่อนจะทำร้ายนายโชคทวี พรมสาลี อายุ 46 ปี ผู้สื่อข่าวท้องถิ่นว็ปไซต์ข่าวไทยเราได้รับบาดเจ็บ พร้อมฉุดกระชากจนกระเป๋ากล้องจนขาดได้รับความเสียหาย
      
       จากนั้น Mr.Timothy ได้เดินเข้ามายัง สภ.เมืองพัทยา ด้วยท่าทีขาดสติและโวยวายใส่เจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังปฏิบัติงานอยู่ สร้างความตกใจให้ผู้มาติดต่อราชการจำนวนมาก
      
       ทั้งนี้ ขณะที่ Mr.Timothy โวยวายด่าทอเจ้าหน้าที่ พบว่ามีเพื่อนชาวต่างชาติอีก 2 คนที่มาด้วยกันได้บันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา แต่หลังจากผู้สื่อข่าวได้หยิบกล้องมาบันทึกเหตุการณ์ด้วยนั้น ทำให้เพื่อนชาวต่างชาติทั้ง 2 คนที่มาด้วยกันถึงกับหน้าถอดสี ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเกลี่ยกล่อมให้อยู่ในความสงบ แต่ Mr.Timothy กลับไม่ให้ความสนใจยังคงโวยวายอย่างต่อเนื่อง เหมือนหยามศักดิ์ศรีตำรวจไทย ก่อนจะเดินทางกลับ ท่ามกลางความงุนงงของผู้ที่อยู่เหตุการณ์จำนวนมาก
      
       จากนั้น นายโชคทวี ผู้สื่อข่าวที่ได้รับบาดเจ็บได้แจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ต.พิทักษ์ เนินแสง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ให้ดำเนินคดีกับ Mr.Timothy ว่ำถูกทำร้ายร่างกายและถูกทำให้เสียทรัพย์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งลงบันทึกประจำวันไว้ ก่อนที่จะออกหมายเรียกเพื่อมารับทราบข้อกล่าวหา ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายตามลำดับ
      
       ข่าวรายงานด้วยว่าชายชาวต่างชาติที่มาโวยวายนั้น มักจะมาต่อว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา อยู่เป็นประจำ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ทำการจับกุม เพราะเหตุการณ์ทำนองนี้มักเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง คดีความของชาวต่างชาติก็มีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสร้างความกดดันในการทำงานให้เจ้าหน้าที่เพราะเกรงว่าอาจจะกระทบภาพ ลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย
      
       เป็นที่น่าสังเกตว่า Mr.Timothy ได้เตรียมการมาเป็นอย่างดี เพราะนำเพื่อนมาคอยบันทึกภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา และในขณะที่โวยวายด่าทอเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำการทำร้ายร่างกายตัวเองโดยใช้มือ ตบหน้าเพื่อให้เกิดรอยแดงบนในหน้าให้เป็นร่องรอย
      
       แต่เจ้าหน้าที่ก็สามารถควบคุมอารมณ์ไว้ได้ ไม่ใช้กำลังในการควบคุมตัว เพราะนอกจาก Mr.Timothy จะมีร่างกายที่ใหญ่โตแล้วและยังได้พกพาอาวุธมีดมาด้วย จึงเกรงว่าจะเกิดอันตรายขึ้นได้ แต่จะได้ติดตามตัว Mr.Timothy มารับทราบข้อกล่าวหาตามที่นายโชคทวี ได้แจ้งความไว้ต่อไป

ค้ากำไรหรือขายฝัน? ปิดฉาก “ดัม – มะ – ชา – ติ” เมื่อเรือเล็กไปไม่ถึงขอบฟ้า

ค้ากำไรหรือขายฝัน?  ปิดฉาก “ดัม – มะ – ชา – ติ” เมื่อเรือเล็กไปไม่ถึงขอบฟ้า

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ค้ากำไรหรือขายฝัน?  ปิดฉาก “ดัม – มะ – ชา – ติ” เมื่อเรือเล็กไปไม่ถึงขอบฟ้า

ค้ากำไรหรือขายฝัน?  ปิดฉาก “ดัม – มะ – ชา – ติ” เมื่อเรือเล็กไปไม่ถึงขอบฟ้า

ค้ากำไรหรือขายฝัน?  ปิดฉาก “ดัม – มะ – ชา – ติ” เมื่อเรือเล็กไปไม่ถึงขอบฟ้า

ค้ากำไรหรือขายฝัน?  ปิดฉาก “ดัม – มะ – ชา – ติ” เมื่อเรือเล็กไปไม่ถึงขอบฟ้า

ค้ากำไรหรือขายฝัน?  ปิดฉาก “ดัม – มะ – ชา – ติ” เมื่อเรือเล็กไปไม่ถึงขอบฟ้า

ค้ากำไรหรือขายฝัน?  ปิดฉาก “ดัม – มะ – ชา – ติ” เมื่อเรือเล็กไปไม่ถึงขอบฟ้า

ค้ากำไรหรือขายฝัน?  ปิดฉาก “ดัม – มะ – ชา – ติ” เมื่อเรือเล็กไปไม่ถึงขอบฟ้า

ปิดฉากไปแล้วกับคอนเสิร์ต “ปรากฏการณ์ ดัม - มะ - ชา - ติ” ของวงร็อกอันดับ 1 ของประเทศอย่างบอดี้สแลม ทว่าหลังม่านที่รูดปิดลงยังคงเต็มไปด้วยปมปัญหา ตั้งแต่ดรามาลดราคาบัตร กระทั่งยกเลิกคอนเสิร์ต คำถามใหญ่ประเดประดังเข้ามา หรือนี่จะเป็นขาลงของคอนเสิร์ตไทย แม้แต่วงร็อกอันดับหนึ่งยังมิอาจหาญกล้าท้าทายแรงลม ยังมีคำถามอีกมากมายที่ผู้คนสงสัย สิ่งนี้คือความฝันที่ใหญ่เกินตัว หรือเพียงไม่ได้กำไรก็ยกเลิก?
      
       ไปไม่ถึงความฝัน
      
        รอบสุดท้ายของคอนเสิร์ตจบลงด้วยภาพที่สะเทือนใจแฟนเพลง เมื่ออาทิวราห์ คงมาลัย หรือตูน บอดี้สแลมร่ำไห้ อยู่เบื้องหลังเวทีคอนเสิร์ต ปิดฉากไปตามที่มีประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตที่เหลือทั้งหมด หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ร็อกเกอร์คนดังก็ได้มีการโพสต์ข้อความลงไอจีถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้น กับความฝันที่ไม่อาจทำให้เป็นจริงได้
       
       “มาได้แค่นี้ ก็เกินฝันแล้วครับ
      
        “จำได้ดีว่า ตอนเป็นเด็กชอบร้องเพลงในห้องน้ำ ร้องคนเดียว ฟังคนเดียว มีความสุขที่ได้ร้องเพลงที่ชอบ หลับตาร้องเพลินๆ มาเรื่อยๆ สักพักเปิดตามา อ้าว...มีคนมาฟังเราร้องซะอย่างงั้น ไม่ได้คิดอะไร ก็คิดว่าตาฝาดหรือว่าเราฝันไป สักพัก...ก็หลับตาลง แล้วก็ร้องเพลงที่เรารักต่อ สักพักเปิดตามา เฮ้ย!! มีคนมาฟังเราร้องเพลงเยอะขึ้นจากตอนแรกอีก ในใจเริ่มงง...นี่มันเรื่องจริงหรือความฝันวะเนี่ย!!? แต่แค่อย่างจะบอกตรงๆ เลยว่า ถึงแม้มันจะเป็นเพียงแค่ฝัน มันก็ทำให้เรารู้สึกมีความสุขมากที่สุด ที่ครั้งหนึ่งเราแค่ชอบร้องเพลง ร้องเพื่อความสุขใจของตัวเอง แต่วันหนึ่งมีคนคอยรับฟัง มาร่วมแบ่งปันเรื่องราวของเรา ช่วยกันร้องเพลงที่เรารักเป็นเสียงเดียวกัน แค่นี้ถึงแม้มันเป็นเพียงฝัน...ผมก็ยอม
       
       “ชีวิตคนเราผมเชื่อว่ามีความฝัน และมีความหวังคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เรามีพลังงานดีๆ ที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างที่ตั้งใจ ก้าวบางก้าวที่เดินทางบางทีอาจเจอหลุมเจอบ่อและไม่เป็นไปอย่างใจต้องการ ทั้งๆ ที่ก็คิดว่า ได้เบิ่งตามองทางและวางแผนในการก้าวเดินแต่ละก้าวอย่างถ้วนถี่ แต่บางครั้งชีวิตจริงมันก็ไม่ได้สวยหรูเหมือนฝันตลอด แต่ที่สุดแล้ว แค่ได้เรียนรู้ไปกับทุกๆ ก้าวที่เดิน ไม่ว่าจะร้ายหรือดีที่มันผ่านเข้ามาในชีวิต เราก็จะกอดรับมันเอาไว้ เพื่อ...เพื่อให้เราได้เป็นคนเต็มคนที่มีความรู้สึก...ดีใจ...เสียใจ ร้องไห้ให้กับบางสิ่งที่เรารักและทุ่มเทใจให้กับมันได้
       
       “วันนี้ ผมเปิดตาขึ้นมาอีกครั้ง ผมก็ได้พบภาพสวยงามที่สุดภาพหนึ่งในชีวิต ภาพที่ทุกคนคอยมาให้กำลังใจ ภาพที่ทุกคนช่วยกันส่งเสียงร้องเพลงอย่างสุดเสียง ภาพของสองมือครั้งแล้วครั้งเล่าที่ช่วยกันชูมันขึ้นมา แค่นี้มันก็ไกลเกินฝันแล้วครับ ขอบคุณที่ช่วยทำให้เด็กน้อยขี้อายที่ชอบร้องเพลงคนเดียวในห้องน้ำคนนี้ไม่ เดียวดาย และจนกว่าจะพบกันใหม่ครับ"
      
        "ไม่มีทุกคน...ไม่มีบอดี้สแลม"
      
       ดรามา “ดัม - มะ - ชา - ติ”
      
        หลังจากมีการประกาศลดค่าตั๋วจาก 1,500 บาทมาเป็น 399 บาท กระแสต่อต้านก็เริ่มก่อตัวจากบรรดาแฟนเพลงที่ได้ซื้อตั๋วไปก่อน กลายเป็นกระแสดรามาที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กระแสความขัดแย้งมีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กระทั่งท้ายที่สุดทุกอย่างก็จบลงด้วยการประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตทั้งหมด
      
        แน่นอน สิ่งนั้นถือเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ยิ่งเป็นตัวจุดปะทุให้แฟนเพลงวิพากณ์วิจารย์การกระทำดังกล่าว ตั้งแต่มองว่าวงบอดี้สแลมกำลังมาถึงช่วงขาลงแล้วจริงๆ จนถึงตำหนิในความไม่เป็นมืออาชีพ แต่แน่นอนว่าก็ยังมีหลายความเห็นที่ให้กำลังใจ
      
        “เอาจริงๆ บอดี้อยู่ในช่วงขาลงละ ผมแฟนคลับตัวจริง ตั้งแต่ออกอัลบั้มแรกยันอัลบั้มนี้ แต่พูดจากใจแบบเป็นกลางๆ ไม่มโนเลย บอดี้สแลมมาถึงขาลงจริงๆ จากกระแสข่าวพี่ชัดด้วย (ข่าว เพลงที่คล้ายเกิน ตั้งหลายเพลง รวมถึง mv) มันทำให้กระแสวงค่อยๆ ซาลงไปมาก อาจเกิดจากความผิดพลาดจากหลายๆ คน แต่คนที่รับคือวง เอาจริงๆ มีใครร้องเพลงบอดี้สแลม ชุดใหม่ได้เกิน 5 เพลงบ้าง ให้ผมร้องเพลงจากอัลบั้มที่ 1 ถึง 3 ผมร้องได้ทุกเพลงนะ เชื่อว่าหลายๆ คนร้องได้ แต่กับเพลงชุดใหม่ๆ เอาจริงมีกี่เพลงที่ร้องจบ (จะอ้างว่าเพลงมันล้ำขึ้น เนื้อยากขึ้น ผมว่าไม่เกี่ยวหรอก) จากใจแฟนคลับ บอดี้จ๋า!!!” Jr Man
      
        “ความจริงพวกคุณก็หยุดการจำหน่ายบัตรโปรโมชั่น แล้วเดินหน้าเล่นคอนเสิร์ตตามที่พวกคุณตั้งใจ ยังมีอีกหลายที่ ที่เขาอยากดูคุณ เราเป็นคนหนึ่งที่เวลาอยากดูคอนเสิร์ตของศิลปินที่เราชื่นชอบ นั่งนับวันรอ ยกเลิกนัดทุกสิ่งเพื่อเฝ้ารอการมาของศิลปินที่ชื่นชอบ หลังจากจบทัวร์นี้ คุณก็จัดทัวร์ใหม่แล้วจะกำหนดโปรโมชั่นตามที่สปอนเซอร์ทั้งหลายต้อง การ...ยังทันนะคะ” Vanesvza Mirrorbag
      
        “ทำไม ถ้าเรารักบอดี้สแลมจะสนใจทำไมว่าเราซื้อบัตรมากี่บาท เพราะเราพอใจที่จะมาดู...ทำไมคนไทยไม่มีน้ำใจ ทำไมไม่ดีใจที่คนอื่นๆ เขาจะได้มีโอกาสได้ดูบอดี้สแลม วงดนตรีที่เราชื่นชอบเหมือนกัน (ส่วนตัวซื้อได้บัตร900) แต่พอเค้าบอก399เรากลับรู้สึกดีใจว่า เออ...เพื่อนๆ คนอื่นๆ จะได้มีโอกาสดูเหมือนกัน ไม่ได้ดูว่าเราซื้อบัตรมาแพงมาถูก เพราะเราชอบบอดี้สแลม ไม่ได้ยึดตัวเองว่า เราซื้อแพงกว่าคนอื่น ความมีน้ำใจ ความเอื้อเฟื้อ ความเห็นอกเห็นใจ มันไปไหนหมด” ChewChew Fernney
       
       “งอนเป็นเด็กเลยอ่ะ ความเป็นมืออาชีพไปไหน สุดท้ายแล้วคือบัตรขาดทุนเหรอครับจังหวัดที่เหลือ” Veerasak Boonchusorn
       
       “เรา อยู่ที่เวียงจันทน์ วันเเรกที่รู้ว่าขายบัตรเรานั่งรถเข้าอุดรธานีเพื่อจะไปซื้อบัตร พวกเราไม่เคยบ่นว่า เหนื่อย แต่พวกคุณ คนรอพวกคุณมากมายเพื่อจะได้ดูพวกคุณ...ความฝันของพวกเขาทุกคน....ผิดหวัง จริงๆ...จะไม่คืนบัตรจะเก็บไว้ดูว่าเสียใจมาก” NoiiNoii Noii
       
       “เหตุผล จริงๆ แล้วคือการประเมินที่ผิดพลาดของผู้จัดงาน คงประเมินความสำเร็จจากคอนเสิร์ต ไลฟ์ อิน คราม เป็นตัวชี้วัดในการจัดทัวร์ครั้งนี้ทั่วประเทศ ถ้าขายบัตรหมดในราคาบัตรสูงสุด 1,500 ผู้จัดงานกับวงจะฟันกำไรเละเทะ แต่ผู้จัดคงลืมคิดไปว่าที่ ไลฟ์ อิน คราม คนเยอะขนาดนั้น เพราะแฟนเพลงมาจากทั่วประเทศ ไม่ได้มาจากแค่ในกรุงเทพจังหวัดเดียว และการขายบัตรราคา 1,500 ในต่างจังหวัดถือว่า เกินกำลังซื้อโดยส่วนมากของคนต่างจังหวัด บวกกับความนิยมของวงที่น้อยลงจากเดิม วัดได้จากกระแสเพลงอัลบั้มล่าสุดที่ไม่ได้รับความนิยมเท่ากับอัลบั้มก่อนๆ ถึงแม้วงบอดี้สแลมจะยังเป็นวงดนตรีอันดับหนึ่งของประเทศอยู่ก็ตาม ด้วยความเป็นศิลปินของวงเอง ต่อให้บัตรขายไม่ได้มีคนดูไม่กี่คน ผมเชื่อว่า วงก็จะเล่นด้วยใจ แต่การทัวร์ครั้งนี้มันมีนายทุนและธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง พอมองจากยอดขายบัตรทั่วประเทศแล้วไม่เป็นไปตามเป้า คนดูน้อยก็จะเสียภาพพจน์วงร็อกอันดับหนึ่งของประเทศ จึงทำโปรโมชั่นตั๋ว 399 บาทออกมาเพื่อให้แฟนเพลงเข้าไปดูเยอะๆ เป็นภาพที่ออกมาสวยงาม นายทุนก็ยิ้มได้เพราะไม่ถึงกับเจ๋ง แต่เกิดกระแสวิกฤติศรัทธาจากโปรโมชั่นนี้เข้า การทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ที่น่าจะเป็นประวัติศาสตร์จึงต้องปิดฉากลงอย่าง เอวัง...โดยสิ้นเชิง!!!” Det Northtemple
      
       เหตุที่ฝันต้องหยุดลง
      
        หลังจากคอนเสิร์ตดังกล่าวถูกประกาศยกเลิก คำถามประเดประดังเข้าใส่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ต้นโผผู้ร่วมรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นคือ ยุทธนา บุญอ้อม หรือที่รู้จักกันในนาม ป๋าเต็ด ได้ ให้เหตุผลว่า คอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นนั้นมีต้นทุนที่สูงมาก ดังนั้นจึงไม่สามารถทำต่อได้ รวมทั้งกระแสที่ถูกโจมตีเรื่องลดราคาค่าตั๋วอีกด้วย
      
        “ทุกคนอยากจะเล่นต่อให้จบ ไม่ได้รู้สึกว่าไม่อยากเล่น ขาดทุนกำไรไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ต้นทุนมันสูงมาก จนงบประมาณที่เตรียมไว้ไม่พอ เราไม่สามารถเดินต่อไปได้อีกจริงๆ”
      
        เขาเผยรายละเอียดว่า เนื่องจากการเตรียมงานครั้งนี้ใช้ต้นทุนสูงชนิดที่ว่า ต่อให้ขายบัตรหมดทุกที่นั่งก็ยังได้แค่เท่าทุน มีความเสี่ยงตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์แล้ว เมื่อบัตรขายไม่ได้ตามเป้า ทางเดียวคือต้องยกเลิกคอนเสิร์ต แต่ก็มีแผนสำรองที่จะเล่นต่อด้วยการลดราคาตั๋วแทน ท้ายที่สุด เขาเผยว่า คอนเสิร์ตที่เกิดขึ้นนั้น ขาดทุนแน่นอน น่าจะเกิน 20 ล้าน เกือบ 30 ล้าน หากทำต่อไปตัวเลขขาดทุนก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นจึงต้องหยุดลง
      
        มองในมุมการตลาดคอนเสิร์ตในประเทศไทยนั้น ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดมองว่า คอนเสิร์ตที่จัดในประเทศไทยนั้น มักมีลักษณะให้มีสปอนเซอร์ใหญ่เป็นผู้สนับสนุนหลักซึ่งอาจมีเงื่อนไขต่างๆ และทำให้ศิลปินหลายคนไปทัวร์ทั่วประเทศ หรือไปทัวร์ต่างประเทศได้ โดยสามารถเก็บค่าตั๋วผู้ชมในราคาที่ถูกลง หรือไม่เก็บค่าตั๋วเลย อีกปัจจัยที่สำคัญคือ กำลังซื้อของคนที่ตกลงจากภาวะเศรษฐกิจ และกลุ่มเป้าหมายผู้บริโภคที่อาจจะไม่ยอมจ่ายเงินมากขนาดนั้นเพื่อมาดูบอดี้ สแลม
      
        “ถ้าดูจากหน้าเพจ วงบอดี้สแลมมีจำนวนลูกเพจอยู่ 4 ล้านคน กลุ่มแฟนเพลงเขาถือเป็นร็อกเกอร์อันดับ 1 ของเมืองไทย แต่แฟนเพลงกลุ่มที่มีตังค์อาจจะมีไม่มากพอที่จะจ่ายไหว หรือกลุ่มที่มีเงินอาจจะอยู่แต่เฉพาะในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัดมันอาจจะแพงเกินดังนั้นเขาอาจจะคาดการณ์ผิด”
      
        เทียบกับคอนเสิร์ตที่เพิ่งจบไปของ เสก โลโซ ที่พบว่ามีตั๋วว่างมากมายโดยเฉพาะตั๋วราคา 5,000 บาท ก็เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า แฟนเพลงอาจไม่สามารถจ่ายได้มากนักกับการดูคอนเสิร์ตในยุคปัจจุบัน
      
        เขาเผยว่า คอนเสิร์ตของบอดี้สแลมนั้นมีลักษณะเฉพาะตัวที่เป็นการจัดคอนเสิร์ตแบบฟู ลสเกลทั่วประเทศเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นโมเดลที่คล้ายกับศิลปินต่างชาติทัวร์ไปตามรัฐต่างๆ ซึ่งสามารถทำได้โดยการขายตั๋วไม่ต้องรอสปอนเซอร์
       
       “มัน เหมือนเป็นการทดลองของเขา ถ้าบอดี้สแลมสามารถทำได้ ศิลปินอื่นก็อาจจะทำได้เช่นกัน คือสาเหตุอีกอย่างอาจจะมาจากงบโฆษณา งบอีเวนต์ของหลายๆ บริษัทมีการตัดให้น้อยลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี เงินที่จะมาเป็นสปอนเซอร์ให้ก็เลยน้อยลงด้วย”
       
        เขามองว่า การตัดสินใจจัดคอนเสิร์ตทั่วประเทศแบบนี้ อาจมาจากการประเมินสถานการณ์ผิด หากจัดในกรุงเทพฯอย่างเดียว เล่นหลายๆ รอบก็สามารถลดต้นทุนได้ และหลายครั้งศิลปินมากมายก็ใช้วิธีนี้ เปิดการแสดงหลายรอบในกรุงเทพฯเพียงที่เดียวก็สามารถจัดการกับต้นทุนได้ การตัดสินทั้งการลดราคาค่าตั๋วกับการยกเลิกคอนเสิร์ต เขามองว่าเป็นการทำให้วงเสียภาพลักษณ์เป็นอย่างมาก
      
        “ก็เป็นเรื่องที่ทำให้เสียภาพลักษณ์มากๆ ไม่ค่อยทำกัน เพราะกว่าจะมีคอนเสิร์ตออกมาได้ มันต้องมีการวางแผนมากมาย มีการเตรียมการเยอะแยะ ทั้งทีมงาน ทั้งการฝึกซ้อมกว่าทุกอย่างจะลงตัวเข้าที่ คิวงานต่างๆก็ต้องพร้อมที่สุด แต่พอมาประกาศยกเลิกแบบนี้มันก็เสียภาพลักษณ์ ซึ่งจริงๆก็เสียมาตั้งแต่ประกาศลดราคาแล้ว เล่นไป 9 - 10 จังหวัดแล้วยกเลิก ซึ่งคงมีการประเมินดูแล้วแหละว่า ยกเลิกดีกว่าขาดทุน
      
        “ท้ายที่สุดบทเรียนที่ได้ก็คือ คุณต้องประเมินสถานการณ์ให้ถูก ทั้งกลุ่มแฟนเพลง ภาวะเศรษฐกิจกับสิ่งที่คุณจะทำ”
      
       ข่าวโดย ASTV ผู้จัดการ LIVE