วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

หยุดเมาธ์นะจ๊ะ "ญาญ่า" แก้ข่าวโดน "ณเดชน์" จับหน้าอกถ่ายเเฟชั่นที่มัลดีฟส์


























ใครกันช่างเมาธ์ถึงคู่ขวัญสุดฟินเเห่งยุค  "ณเดชน์ คูกิมิยะ" เเละสาว "ญาญ่า อรัสยา" ถึงเมื่อครั้งไปถ่ายเเฟชั่นสุดสวีทไกลมัลดีฟส์ ว่าช็อตหนึ่งในเเฟชั่นความหวานนั้น คล้ายกับว่ามือของหนุ่มณเดชน์ อยู่ในตำแหน่งที่ล่อแหลมมากเหมือนจับโดนหน้าอกของสาวญาญ่าเข้า!!


http://www.matichon.co.th/online/2014/11/14167378661416737919l.jpg


งานนี้สาวญาญ่า ก็รีบออกมาชี้แจงว่าไม่ใช่ น่าจะเป็นมุมมากกว่า พร้อมกับยืนยันว่าไม่โดนหน้าอกเเน่นอน


"ไม่โดนค่ะ เป็นรูปที่อุ้มกัน น่าจะได้เห็นในหนังสือ เป็นรูปที่ถ่ายเล่นแต่จะเอาไปใส่ในหนังสือด้วย หนูใส่จั๊มพ์สูทมือสอดเข้าไปไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าโดนหนูก็คงพูดอะไรแล้วล่ะ คนจับผิดเป็นเรื่องปกติ ขนาดหนูดูรูปคนอื่นหนูยังซูมแล้วซูมอีก (ยิ้ม)"

เอ้า ทราบเเล้วหยุดเมาธ์กันนะจ๊ะ



http://www.matichon.co.th/online/2014/11/14167378661416737925l.jpg



http://www.matichon.co.th/online/2014/11/14167378661416737906l.jpg


http://www.matichon.co.th/online/2014/11/14167378661416737962l.jpg

ค้นบ้าน"พงศ์พัฒน์" ยึดเงินสด-พระเครื่อง-โฉนดที่ดิน มูลค่าร่วมหมื่นล้าน ผบ.ตร.สั่งออกจากราชการไว้ก่อน


ค้นบ้านพงศ์พัฒน์ ยึดเงินสด-พระเครื่อง-โฉนดที่ดิน มูลค่าร่วมหมื่นล้าน ผบ.ตร.สั่งออกจากราชการไว้ก่อน
พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ุ (แฟ้มภาพ)

เผยค้นบ้าน "พงศ์พัฒน์" 4-6 หลัง พบเงินสดซุกซ่อนนับพันล้านบาท พระพุทธรูปบูชาหายาก กว่า 100 องค์ พระเครื่องชื่อดัง หลายพันองค์ โฉนดที่ดินจำนวนมาก เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาที่ไป รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ร่วม 1 หมื่นล้าน ด้าน ผบ.ตร.ลงนามสั่งออกจากราชการไว้่ก่อนทั้งก๊วน
       

      
       วันที่ 23 พฤศจิกายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) รายงานข่าวแจ้งว่าการเข้าจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รองผบช.ก.ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. พร้อมพวก ครั้งนี้ได้มีการควบคุมผู้ต้องหาทั้งหมด 8 คน โดยแยกควบคุมตัวไว้ที่สถานีตำรวจนครบาล 8 แห่ง และมีการควบคุมตัวเหมือนผู้ต้องหาทั่วไปในห้องควบคุมผู้ต้องหา สำหรับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ถูกควบคุมตัวไว้ที่ สน.เตาปูน ขณะที่ พล.ต.ต.โกวิทย์ ถูกควบคุมตัวไว้ที่ สน.พหลโยธิน ซึ่งในวันที่ 24 พ.ย. เวลา 08.00 น.จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก
      
       เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 8 คน สอบปากคำที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งโดยแยกกันสอบปากคำ ก่อนที่จะแยกย้ายกันนำตัวไปควบคุมตามสถานีตำรวจต่างๆ
      
       สำหรับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ หลังสอบปากคำเสร็จ ได้ถูกตำรวจอรินทราชนำตัวมาที่ สน.เตาปูน เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 23 พ.ย. โดยสวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงขายาวสีกากี มีท่าทางอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด
      
       แหล่งข่าวระดับสูง กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำการตรวจค้นบ้านพักของผู้ต้องหาทั้ง 8 คน พบพยานหลักฐานมากมาย โดยเฉพาะในบ้านพักของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ที่มีอยู่ 4-6 หลัง พบเงินสดซุกซ่อนอยู่นับพันล้านบาท ทรัพย์สินอื่น อาทิ พระพุทธรูปบูชาหายาก กว่า 100 องค์ พระเครื่องชื่อดังจำนวนหลายพันองค์ โฉนดที่ดินจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาที่ไปของโฉนดที่ดินเหล่านี้ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดได้ร่วม 1 หมื่นล้าน
      
       ขณะเดียวกันมีรายงานว่า วันนี้(23 พ.ย.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตรได้มีคำสั่ง ตร.ที่ 632/2557 ลงวันที่ 23 พ.ย.2557 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน โดยคำสั่งดังกล่าวระบุว่า อาศัยอำนาจตามมาตรา 95 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 ประกอบกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการสั่งพักราชการและให้ออกจากราชการไว้ก่อน พ.ศ.2547 ข้อ 8 จึงมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ ผบช.ก.ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก.ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน ผบก.รน.ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ ผกก.4 บก.ปคบ. ด.ต.สุรศักดิ์ จันทร์เงา ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. ด.ต.ฉัตรินทร์ เหล่าทอง ผบ.หมู่ กก.ปพ.บก.ป. ออกจากราชการไว้ก่อน ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
      
       อนึ่ง ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามคำสั่งนี้มีสิทธิ์อุทธรณ์ต่อ ก.ตร.ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 105 ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งและประสงค์จะฟ้องโต้แย้งคำสั่งหรือวินิจฉัยอุทธรณ์นี้ ให้ทำคำฟ้องเป็นหนังสือยื่นต่อศาลปกครองหรือส่งไปทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 90 วัน นับแต่วันที่รับแจ้งหรือรับทราบคำวินิจฉัยอุทธรณ์ นับแต่วันที่ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือขอรับผลการวินิจฉัยอุทธรณ์
      
       มีรายงานว่า ในวันที่ 24 พ.ย.2557 พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. จะมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงกับนายตำรวจทั้ง 6 นายด้วย

ผบ.ทบ.' สั่งล่าไอ้โม่งโปรยใบปลิว โจมตี คสช.



อุดมเดช สั่งล่าไอ้โม่งโปรยใบปลิว โจมตี คสช. หวั่นเกิดลอกเลียนแบบ ขยายวงกว้าง ไม่ติดใจ นศ.ชู 3 นิ้ว วอนผู้ปกครอง-อาจารย์ ทำความเข้าใจ
วันที่ 23 พ.ย. ที่กรมการขนส่งทหารบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมและผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปเป็นประธานในพิธีพระราชทานเพลิงศพนายทหารที่เสีย ชีวิตจากเหตุเฮลิคอปเตอร์ตก ถึงกรณีที่มีการโปรยใบปลิวโจมตีการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลว่า ตนได้รับรายงาน ขณะนี้ให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบในเรื่องดังกล่าวแล้ว
ทั้งนี้ ถือเป็นข้อคิดเห็นของคนที่ยังไม่เข้าใจต่อการทำงานของรัฐบาล แต่อยากฝากไปว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ ให้ช่วยกันทำความเข้าใจในเรื่องที่ผ่านมา จริงๆแล้วการดำเนินงานของรัฐบาลเป็นไปตามขั้นตอนตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้ระบุไว้ เพราะฉะนั้นทุกส่วนน่าจะเข้าใจและช่วยกันประคับประคองเหตุการณ์ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เพียงแต่ต้องให้ความสนใจว่ามีความคิดเห็นอะไรอย่างไร จากการตรวจสอบบางจุดก็เป็นเรื่องของนักศึกษา ตรงนี้ก็ต้องดูว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้องลึกลงไปหรือไม่
"ถ้าหากเป็นเยาวชน นิสิต นักศึกษา ก็ฝากไปยังผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ ได้ช่วยกันทำความเข้าใจด้วย ถือว่าเป็นวัยที่บริสุทธิ์ เพราะนิสิต นักศึกษา อยู่ในวัยที่น่าจะได้รับการชี้แจง คำแนะนำ เพราะผมอยากให้น้องๆ นักศึกษา มีความเข้าใจที่ถูกต้อง อยากให้ช่วยกันประคับประคองให้การดูแลชาติของรัฐบาลเป็นไปตามขั้นตอน และสุดท้ายเราก็จะมีรัฐบาลที่ถูกต้องในโอกาสต่อไป สมกับที่ทุกคนได้หวังไว้ ทางรัฐบาล ทหาร และผมในฐานะที่เป็นผู้บัญชาการทหารบก อยากให้เป็นเช่นนั้น"
พล.อ.อุดมเดช กล่าวต่อว่า เป็นความปรารถนาดี ไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้นระหว่างทาง สิ่งที่เกิดขึ้นจะมีผู้อยู่เบื้องหลัง ต้องการให้เกิดการต่อต้านที่ค่อยเป็นค่อยไปและใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น อยากให้กลับไปคิดดูว่า ท่านกำลังทำให้ประเทศชาติไม่สามารถยืนหยัดในประชาคมโลกได้ และประเทศไทยจะถอยหลังไปอีก ในส่วนนี้ก็คงต้องมีการติดตามสืบสวน สืบหาและใครก็ตามที่อยู่ในข่ายที่จะทำความผิดในด้านกฎหมาย ก็ต้องดำเนินการ
เมื่อถามว่า ในส่วนของภาพยนตร์ “ฮังเกอร์เกมส์” ที่กำลังเข้าฉายอยู่ จนทำให้นักศึกษานำมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ จะดำเนินการอย่างไร พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรมาก ถือเป็นการแสดงออกเล็กน้อย แต่ก็ไม่เหมาะสม และจะเป็นการเลียนแบบอย่างไรต่อไป ต้องช่วยกันดูแล ทำความเข้าใจเดินหน้าด้วยดี อย่าให้สะดุด และขยายวงกว้างออกไปก็จะเกิดความเรียบร้อย เมื่อถามว่า มีข้อมูลว่าการโปรยใบปลิวมีคนอยู่เบื้องหลังจริง
พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า กำลังตรวจสอบอยู่ว่าจะมีเช่นนั้นหรือไม่ ก็อยากจะขอร้องว่าอย่าทำเลย เพราะตนต้องเข้ามาดูแล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กก็ตาม เพราะตนให้ความสนใจและต้องดูแลในรายละเอียดต่อไป เมื่อถามต่อว่า ห่วงหรือไม่ว่าจะเกิดการลอกเลียนแบบจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ แต่ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น จึงขอร้องกันให้ทำความเข้าใจ รัฐบาลได้ประคับประคองสถานการณ์จนทุกคนรู้สึกว่าประเทศมีความปกติทุกอย่าง แล้วจะทำให้ความไม่เรียบร้อยเกิดขึ้นมาอีกทำไม
เมื่อถามว่า นายกฯ เตรียมจะลงพื้นที่ภาคเหนือ มีการดูแลความปลอดภัยอย่างไร เพราะมีการพ่นสเปรย์ต่อต้าน รวมถึงการชู 3 นิ้ว ในระหว่างที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมประชุมหอการค้าทั่วประเทศ ที่ จ.เชียงราย พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า ได้กำชับไปยัง พล.ท.สาธิต พิธรัตน์ แม่ทัพภาคที่ 3 ให้ดูแลความเรียบร้อยแล้ว

คุมตัว “พงศ์พัฒน์” และพวก ฐานทำเสื่อมพระเกียรติแสวงหาผลประโยชน์ เผย “อัครวุฒิ์” พยายามฆ่าตัวตาย 3 ครั้งก่อนกระโดดตึก

คุมตัว “พงศ์พัฒน์” และพวก ฐานทำเสื่อมพระเกียรติแสวงหาผลประโยชน์ เผย “อัครวุฒิ์” พยายามฆ่าตัวตาย 3 ครั้งก่อนกระโดดตึก
ภาพพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธ์ อดีตผบช.ก.ขณะถูกควบคุมตัวไปสอบปากคำ

คุมตัว “พงศ์พัฒน์” และพวก ฐานทำเสื่อมพระเกียรติแสวงหาผลประโยชน์ เผย “อัครวุฒิ์” พยายามฆ่าตัวตาย 3 ครั้งก่อนกระโดดตึก
1. พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.และ พล.ต.ต.โกวิทย์ วงศ์รุ่งโรจน์ รอง ผบช.ก.ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร. ในความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลอาญา มาตรา 112

คุมตัว “พงศ์พัฒน์” และพวก ฐานทำเสื่อมพระเกียรติแสวงหาผลประโยชน์ เผย “อัครวุฒิ์” พยายามฆ่าตัวตาย 3 ครั้งก่อนกระโดดตึก
พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีต ผกก.1 บก.ป. (แฟ้มภาพ)

โฆษก ตร.ยันคุมตัว “พงศ์พัฒน์” และพวก ฐานทำเสื่อมพระเกียรติ แสวงหาผลประโยชน์มิชอบ อ้างการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพแล้ว เตรียมนำตัวฝากขังพรุ่งนี้ เตรียมแถลงโชว์หลักฐานทำผิด เผย “พ.ต.อ.อัครวุฒิ์” ให้ข้อมูลแล้วก็ไปกระโดดตึกฆ่าตัวตาย พยานเผยพยายามฆ่าตัวตายแล้ว 3 ครั้ง
      
       วันนี้ (23 พ.ย.) ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รรท.ผบช.ก) และโฆษก ตร.เปิดเผยว่า มีการขออนุมัติหมายจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก.ช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พร้อมตำรวจอีก 6 นาย และพลเรือนอีก 3 คน รวมทั้งหมด 10 คนในข้อหาความผิดคดีอาญาจริง โดยขณะนี้ควบคุมตัว พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์และพวกรวม 8 คนไว้แล้ว มีแจ้งข้อหาและรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างควบคุมตัวเพื่อทำการสอบสวนและจะนำตัวไปรายงานตัวฝากขังต่อ ศาลอาญาในวันที่ 24 พ.ย.นี้ ส่วนพลเรือนอีก 2 คน คือ นางสวงค์ มุ่งเที่ยง และนายเริงศักดิ์ ศักดิ์ณรงค์ นั้นยังจับกุมไม่ได้ อยู่ระหว่างสืบสวนติดตาม
      
       พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวด้วยว่า จากการสืบสวนสอบสวนมีพยานหลักฐานว่า มีการกระทำอันทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบ ซึ่งรายละเอียดพฤติการณ์การกระทำผิดจะมีการแถลง เปิดเผยหลักฐานต่อสื่อมวลชนอย่างละเอียดอีกครั้งในเร็วๆ นี้ จากการสอบสวนทั้งหมดให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา
      
       พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า สำหรับ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีต ผกก.1 บก.ป.นั้น จากการสืบสวนพบว่าอยู่ในขบวนการเดียวกันร่วมกระทำความผิด ก่อนหน้านี้มีการเชิญตัวมาให้ข้อมูลแล้ว ให้ความร่วมมืออย่างดี ให้การเป็นประโยชน์ แต่ขณะนั้นยังไม่มีการขออนุมัติหมายจับด้วยเห็นว่าเป็นนายตำรวจระดับสูงจึง ยังไม่ควบคุมตัวไว้ กระทั่งต่อมาทราบว่าหลัง พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ให้ข้อมูลแล้วก็ไปกระโดดตึกฆ่าตัวตาย ด้วยความเครียดและเกรงกลัวถูกดำเนินคดี ทรายภายหลังว่าก่อนเข้าให้ข้อมูลนั้น พ.ต.อ.อัครวุฒิ์เครียดมากและมีพยานยืนยันว่าพยายามฆ่าตัวตายถึง 3 ครั้ง มีการเขียนข้อความลาตายไว้ด้วย
       

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สาวงามจากเวทีประกวด "นางสาวไทย ประจำปี 2557" อวดโฉมคว้ารางวัล รอบสื่อมวลชน














เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน ที่โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2557 รอบสื่อมวลชน เปิดโอกาสให้ช่างภาพและสื่อมวลชนร่วมโหวตหาสาวงามเพื่อครองตำแหน่ง "ขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน" ชิงรางวัลเงินสด 100,000 บาท และสายสะพาย พร้อมร่วมเป็นสักขีพยานในการประกาศผล "นางงามขวัญใจมหาชน" จากการโหวตของประชาชนทั่วประเทศ

ผลปรากฏว่า นางงามขวัญใจมหาชน โดย บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต เป็นของหมายเลข เอ็มที 22 น.ส.ฬิษา สุวรรณเกษการ อายุ 23 ปี ชั้นปี 4 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จ.นครปฐม, นางงามมิตรภาพ โดย บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด เป็นของหมายเลข เอ็มที 21 น.ส.คเณพร อินต๊ะมูล อายุ 25 ปี ปริญญาตรีคณะเกษตรศาสตร์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก และรางวัลขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน น.ส.พิมพ์ชนก จิตชู หมายเลขเอ็มที 14 อายุ 23 ปี ปริญญาตรีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จ.สมุทรปราการ

สำหรับการประกวดรอบตัดสินจะจัดขึ้นในวันที่ 22 พฤศจิกายน เวลา 17.00-22.30 น. ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ และรับชมการถ่ายทอดสดเวลา 20.50-22.40 น. ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี




เหล่าสาวงาม

เบอร์ 18 ร้อยตรีหญิง กัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล รางวัล Miss Think Positive
เบอร์ 16  นางสาว รินทร์ลภัส วีระชัยวงศ์ รางวัล Miss Intelligent
เบอร์ 14 นางสาว พิมพ์ชนก จิตชู รางวัล Miss B-ing Glutta และ ขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชน
เบอร์ 3  นางสาว ชลิดา กล่ำปาน รางวัลนางงามผิวสวย By That′s so
เบอร์ 21 นางสาว คเณพร อินต๊ะมูล รางวัลนางงามมิตรภาพ
เบอร์ 22 นางสาว ฬิษา สุวรรณเกษการ รางวัลนางงามขวัญใจมหาชน





สะพัด! เจ้าสัวธนินท์ฮุบ"โลตัส"เผยคุยแบงก์แล้วเล็งกู้เงินยื่นข้อเสนอ ชี้ชัดเชื่อมั่นศักยภาพค้าปลีกไทย




รอยเตอร์อ้างแหล่งข่าวเผยเจ้า สัวธนินท์คุยแบงก์เล็งยื่นข้อเสนอขอซื้อโลตัสคืนจากเทสโก้ที่มีสาขาใน ไทย1,734แห่ง หรือ 3 ใน 4 ของสาขาทั้งหมดในเอเชีย ชี้เป็นการเน้นย้ำถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตของธุรกิจค้าปลีกและ เศรษฐกิจไทย แม้ตกอยู่ท่ามกลางความกดดันทางการเมือง


เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) กำลังพิจารณาว่าจะซื้อธุรกิจค้าปลีกซุปเปอร์มาร์เก็ตโลตัส ที่ปัจจุบันนี้มีมูลค่าอยู่ราว 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 320,000 ล้านบาท) กลับคืนมา หลังจากขายกิจการให้กับบริษัท เทสโก้ ของประเทศอังกฤษไปเมื่อปี 2537

แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องนี้ เปิดเผยว่า นายธนินท์อยู่ระหว่างการพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการกับธนาคารของไทยแห่งหนึ่ง เพื่อศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการหาเงินทุนยื่นข้อเสนอซื้อเทสโก้โลตัสที่มีสาขาในไทย 1,737 แห่ง คิดเป็นเกือบ 3 ใน 4 ของจำนวนสาขาทั้งหมดที่มีอยู่ในเอเชีย

รอยเตอร์ระบุว่า การเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นในรูปแบบการทำธุรกิจของนายธนินท์ และเป็นการเน้นย้ำให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อโอกาสในการเติบโตของภาคธุรกิจค้าปลีกและเศรษฐกิจไทย ซึ่งตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากความไม่สงบทางการเมือง โดยเทสโก้โลตัสถือเป็นธุรกิจค้าปลีกที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไทยรองจากบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด

"ข้อเสนอซื้อจะทำผ่านซีพี ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจแต่เดิมของเทสโก้เมื่อ 2 ทศวรรษที่แล้ว" แหล่งข่าวที่ขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากการเจรจายังเป็นความลับกล่าว และว่า วาณิชธนกิจหลายแห่งได้ติดต่อนายธนินท์เพื่อเสนอให้ความช่วยเหลือด้านการเงินและคำปรึกษาในการยื่นข้อตกลงเสนอซื้อดังกล่าว

รอยเตอร์รายงานว่าด้านโฆษกของซีพีในกรุงเทพฯระบุว่าไม่ทราบในเรื่องแผนการเกี่ยวกับเทสโก้แต่อย่างใด ขณะที่เทสโก้ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น ด้านแหล่งข่าวหลายรายปฏิเสธที่จะยืนยัน โดยระบุว่าการหารือยังคงเป็นความลับ

ทั้งนี้ นายเดฟ ลูอิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) คนใหม่ของเทสโก้ ที่เพิ่งจะเข้ารับตำแหน่งได้ไม่ถึง 3 เดือน กำลังต้องต่อสู้กับเรื่องอื้อฉาวทางบัญชีและยอดขายที่ตกต่ำลงในประเทศอังกฤษ โดยเทสโก้ที่มูลค่าหุ้นร่วงลง 42 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ ยังไม่ได้ประกาศแผนที่จะออกจากตลาดในเอเชียแต่อย่างใด ทว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของกำไรในช่วงครึ่งปีแรกต้องหมดไปกับการนำมาจ่ายดอกเบี้ย โดยเทสโก้ยังอาจจะต้องถูกบังคับให้ขายสินทรัพย์มาจ่ายหนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือลงมาอยู่ในระดับ"ขยะ"

อย่างไรก็ตามรอยเตอร์ระบุว่านายธนินท์อาจต้องเผชิญกับคู่แข่งที่เป็นมหาเศรษฐีชาวไทยหลายราย หากเทสโก้ตัดสินใจที่จะขายธุรกิจ ทั้งนี้ ยังไม่ชัดเจนว่ามีรายอื่นที่สนใจจะยื่นข้อเสนอขอซื้อเทสโก้ด้วยหรือไม่

ไม่น่าเชื่อ! มนุษย์โบราณเข้าฝัน ขุดเจอโครงกระดูก 19 ร่าง



เกิดเรื่องประหลาดในหมู่บ้านที่ชัยบาดาล จ.ลพบุรี วิญญาณมนุษย์โบราณทยอยมาเข้าฝันให้ชาวบ้านขุดหลุม บอกอยู่มานาน 2,700 ปี แล้วอยากไปผุดไปเกิด แปลกที่ขุดไปตามฝันตรงไหนก็เจอตรงนั้น จนมีโครงกระดูกแล้วถึง 19 โครง
เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังหมู่บ้านสำราญชัย ม.8 ต.หนองยายโต๊ะ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี หลังจากว่ามีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์สมัยโบราณจำนวนมาก พบชาวบ้านหลายสิบคนกำลังเดินดูโครงกระดูกมนุษย์ที่อยู่ในหลุม ความลึกประมาณ 2 เมตร พร้อมกับจุดธูปเทียนกราบไหว้ เพื่อขอโชคลาภและความเป็นสิริมงคล
จากการเปิดเผยของ นายหาญ เมาเรณู อายุ 52 ปี และนางอุ่น เมาเรณู อายุ 51 ปี สามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 19/1 หมู่ 8 ต.หนองยายโต๊ะ อ.ชัยบาดาล ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินที่มีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ เมื่อประมาณ 4-5 เดือนที่ผ่านมา นางนุสรา ช่วยดับโรค อายุ 52 ปี ซึ่งเป็นญาติของตน เกิดป่วยไม่มีเรี่ยวแรง ต้องล้มหมอนนอนเสื่อ เดินไม่ไหวไปไหนมาไหนไม่ได้โดยไม่ทราบสาเหตุ นำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลอาการก็ไม่ดีขึ้น ญาติพี่น้องจึงไปเชิญ นายทองจิต อุนาสี อายุ 43 ปี ขาว อ.โซ่พิสัย จ.บึงกาฬ ซึ่งเป็นหมอพื้นบ้านมารักษาทางคุณไสย หลังจากนั้นเพียง 3 วัน นางนุสรากลับมีอาการดีขึ้น จนหายเป็นปกติอย่างไม่น่าเชื่อ
สองผัวเมียเจ้าของที่ดิน เล่าต่อว่า ในช่วงที่นายทองจิตหมอพื้นบ้าน เดินทางมารักษาอาการป่วยและนอนพักแรมที่ในหมู่บ้านนั้น ได้เล่าให้ชาวบ้านและตนฟังว่ามีคนโบราณชื่อว่า ปู่มี มาเข้าฝันว่าให้ช่วยขุดและนำสังขารโครงกระดูกที่ฝังอยู่ใต้ดิน อายุประมาณ 2,700 ปีขึ้นมาที เพราะต้องการไปเกิดใหม่ พร้อมกันนั้น ปู่มียังบอกจุดที่ฝังโครงกระดูกว่าอยู่ที่ใต้ต้นสะเดา ลึกลงไปในดิน 3 ศอก 2 คืบ ซึ่งอยู่ในที่ดินติดกับบ้านของตน บริเวณริมคลองลำสนธิ เนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ จากนั้นนายทองจิตรวมทั้งตน ญาติพี่น้องและชาวบ้านหลายคน จึงไปตรวจสอบยังจุดใต้ต้นสะเดาตามฝันที่ปู่มีบอก เมื่อไปถึงพบว่าทุกคนมีอาการขนลุกตัวชาเหมือนปู่มีมาบอกว่าอยู่ตรงจุดนี้ แหละ
"นายทองจิตและชาวบ้านจึงได้ตกลงใจลงมือขุดตามความฝัน โดยคิดว่าหากพบจริงก็จะได้กุศลทำบุญให้ดวงวิญญาณไปเกิดใหม่ โดยลงมือขุดเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 57 ที่ผ่านมา มีการจุดธูปเทียนบวงสรวงบอกกล่าววิญญาณปู่มีและเจ้าที่เจ้าทาง หลังจากขุดไปครึ่งวันจึงพบโครงกระดูกตามคำฝันที่ปู่มีบอกไว้จริงๆ ชาวบ้านจึงพยายามขุดแบบรักษาสภาพโครงกระดูกไว้ให้สมบูรณ์ที่สุด และโครงกระดูกที่พบคาดว่าน่าจะเป็นเพศชายความสูง 185 ซม. ที่ใกล้โครงกระดูกยังพบเศษกระเบื้องหม้อดินถ้วยชามและขวานหิน ชาวบ้านได้ช่วยกันนำสังกะสีมาทำหลังคาคลุมหลุมกันแดดกันฝน และนิมนต์พระมาสวดอภิธรรม เพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับดวงวิญญาณติดต่อกันหลายวัน ต่อจากนั้นจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่กรมศิลป์ จ.ลพบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตรวจ ซึ่งพบว่ามีอายุประมาณ 2,700 ปี"
ด้านนายทองจิต อุนาสี หมอพื้นบ้าน กล่าวว่า หลังจากนั้นไม่นานก็มีวิญญาณมนุษย์โบราณมาเข้าฝันให้ขุดสังขารโครงกระดูก ขึ้นมาเพื่อไปเกิดใหม่เป็นระยะติดต่อกันรวม 14 หลุม ซึ่งแต่ละหลุมก็พบโครงกระดูก 1-4 ร่าง ซึ่งจนปัจจุบันนี้มีโครงกระดูกที่ขุดพบแล้วจำนวน 19 โครง หากมีวิญญาณมาเข้าฝันบอกอีกก็คงขุดเพิ่มไปเรื่อยๆ และอาจมีจำนวนมากกว่านี้ แต่ที่ชาวบ้านประหลาดใจมากที่สุด คือการขุดหาโครงกระดูกตามความฝันนั้น ไม่เคยพลาดแม้แต่ครั้งเดียวคือต้องพบทุกครั้ง ซึ่งเป็นสิ่งเหลือเชื่อจริงๆ
อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ แม้ว่าหน่วยงานราชการจะไม่ให้ความสำคัญ แต่พวกตนก็จะช่วยกันอนุรักษ์โครงร่างกระดูกมนุษย์โบราณเหล่านี้ไว้ ถือว่าเป็นการสร้างบุญกุศล และเพื่อต้องการส่งเสริมให้เป็นแหล่งศึกษาค้นคว้าแก่เยาวชนรุ่นลูกรุ่นหลาน หรือชาวบ้านที่ให้ความสนใจในอนาคตต่อไป โดยขณะนี้ชาวบ้านสำราญชัยได้ร่วมกันจัดตั้งเป็นชมรมสามัคคีธรรมขึ้นมา เพื่อช่วยกันดูแลและพัฒนา ส่งเสริมให้บริเวณพื้นที่นี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรม และโบราณวัตถุตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับความช่วยเหลือจากคนที่ทราบข่าว และเดินทางมาเที่ยวชม ได้บริจาคสิ่งของสังกะสี ไม้ ปูน อิฐบล็อก และอื่นๆ ก่อสร้างเป็นโครงหลังคาคลุมแต่ละหลุมเพื่อกันแดดกันฝน
"ในพื้นที่ตรงนี้จะไม่อนุญาตให้มีการทรงเจ้าเข้าผีเป็นอันขาด เนื่องจากอาจสร้างความวุ่นวาย ส่วนชาวบ้านที่ทราบข่าว แล้วเดินทางมาเที่ยวชมกราบไหว้โครงกระดูกมนุษย์โบราณที่หมู่บ้านสำราญชัย แห่งนี้เพื่อความเป็นสิริมงคล และขอโชคลาภ นำกลับไปตีเป็นเลขเด็ด มีโชคมีลาภกันไปหลายรายแล้วนั้น ถือว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล" นายทองจิต กล่าว